Tuesday, December 25, 2007

BODW forum'07


จุดมุ่งหมายหลักที่โดนการกินเบียดแทบจะเป็นภารกิจรอง ก็คือ BODW forum
BODW (Business Of Design Week) จัดโดย Hong Kong Design Centre
ปีนี้มี speaker รับเชิญดังๆมากมาย อาทิ สถาปนิกดังอย่าง Zaha Hadid,
ดีไซน์เนอร์ดาวเด่น อย่าง Tom Dixon, Marc Newson
แล้วยังมีชั้นครูจากอิตาลี Mario Bellini, Michele de Lucchi และอีกมาก


ที่สนใจมุ่งจะไปฟังคือ Takaharu & Yui Tezuka เจ้าของผลงาน Fuji Kindergarten
แถม speaker คนแรกของวันนั้น ก็ยังเป็น Tom Dixon อีกด้วย
สำหรับ Tom Dixon หลายคนคงเคยฟังคุณพี่พูดมาแล้ว
งานนี้เริ่มจากปูพื้นแบคกราวนด์ส่วนตัวที่นำพาสู่ความคิดและวิธีการทำงานในต่อมา
ที่สำคัญคือเทคนิคการทำธุรกิจกับงานดีไซน์ การลดต้นทุน ประหยัดสต็อค เลี่ยงเงินจม
เพิ่มคุณค่า เทคนิคการตลาด รวมทั้งวิธีการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ ครบขบวนการสมชื่องาน
(ระหว่างพูด บางจังหวะมีแอบกัด Marc Newson ที่มางานนี้เช่นกัน แต่พูดไปวันก่อนหน้า)


tezuka.jpg
ต่อด้วยสองสามีภรรยาชาวญี่ปุ่นTakaharu & Yui Tezuka ก้าวขึ้นเวทีเปลี่ยนบรรยากาศให้ครึกครื้น
ดึงดูดความสนใจของผู้ฟังด้วยการเปิดประเด็นเอกลักษณ์ของสองคนว่า
ไปที่ไหนก็จะจำเขาสองคนได้ง่ายจากสีประจำตัว
ตัวคุณสามี Takaharu Tezuka เป็นสีฟ้าน้ำเงิน คุณภรรยา Yui Tezuka เป็นสีแดง
พลางโชว์เสื้อเชิ้ตที่ใส่มาพร้อมถุงเท้าสีเดียวกับเสื้อของทั้งสองคน
แถมเสริมด้วยว่าลูกสาวแก มีสีประจำเป็นสีเหลือง โดยกะว่าถ้ามีลูกชายจะให้เป็นสีเขียว
เป็นครอบครัวแม่สี
ทลายกำแพงน้ำแข็งได้ผล ทั้งฮอลล์รู้สึกคุ้นเคยกับแกกันมาทันใด
อ้อ...คุณพี่ท่านเปรี้ยวสปีกกิ้งอิงลิชซะด้วย
ว่าแล้วก็เข้าเรื่อง โชว์ผลงาน roof house อันเป็นต้นกำเนิดต่อให้เกิดโรงเรียนอนุบาลฟูจิในต่อมา
โดยยกหน้าที่ให้ภรรยาเป็นผู้อธิบาย ส่วนพี่สีฟ้าน้ำเงินคอยเดินวนกำกับเสริมทัพอยู่ใกล้ๆ


roof1.jpg
roof house เป็นบ้านพักอาศัยที่มีโจทย์ให้สถาปิกทั้งสองเพียงข้อเดียว
คือ ทั้งครอบครัวชอบรับประทานอาหารกลางวันบนหลังคา!
(ช่วงนี้มีรูปลูกๆของเจ้าบ้านนั่งอยู่บนหลังคากระเบื้อง โชว์ประกอบ)
สองสามีภรรยาทราบแล้วหวาดเสียวยิ่งนัก
จึงออกแบบบ้านนี้เป็นบ้านชั้นเดียว โดยมีหลังคาผืนใหญ่เสมือนชั้น 2 ของบ้าน
เป็นหลังคาไม้ ในลักษณะเอียงสโลปลงมาด้านเดียว
เนื่องจากพื้นสโลปนั้น สร้างความผ่อนคลาย เหมาะต่อการพักผ่อน
ทั้งนี้พื้นสโลปยังบังคับให้คนต้องหันหน้าไปในทางเดียวกัน ไม่สามารถจ้องเผชิญหน้าตรงข้ามได้
ซึ่งเป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล


roof003.jpg
แล้วที่หลังคานั้น ยังมีการเจาะช่องเป็น sky light ตรงลงให้แต่ละห้องที่ชั้นล่าง
ทำให้ทุกคนในบ้านจะมีช่อง sky light ของตนเอง (เจ๋งไหมล่ะ)
แน่นอนว่าห้องน้ำก็มี sky light นอนแช่ในอ่างชมดาวได้เลย
ส่วนที่ตรงหลังคา มีการทำผนังเตี้ยๆ กั้นเขตพอสร้างความเป็นส่วนตัว
(เพราะชั้นสองของบ้านใกล้ๆ จะเห็นหมดว่าทำอะไรกันอยู่บนนี้)
หน้าหนาวก็ไม่ต้องกลัวมีเตาผิงสร้างความอบอุ่น หน้าร้อนก็มีฝักบัวให้คลายร้อน


แล้วคุณเจ้าของบ้านบอกอยากทำบาร์บิคิวบนหลังคา ให้คุณ Tezuka ตาเหลือก ขอว่าไม่ไหว
เดี๋ยวไฟไหม้วอดกันพอดี รบกวนปิ้งที่สวนน้อยชั้นล่างแล้วกัน
ครั้นปิ้งเสร็จจะโยนขึ้นไปทานบนหลังคายังไง คุณพี่ Tezuka จึงกดความสูงของหลังคาที่สโลปให้ไม่สูงนัก
ส่งลำเลียงได้ง่ายๆ รวมทั้งเวลาสั่งพิซซ่ามาส่ง ก็ส่งกันแบบนี้
(เลยมีน้องส่งพิซซ่าเวียนหน้าก็มาไม่ซ้ำ ด้วยอยากมา ยลบ้านสนุกๆแห่งนี้)


roof006.jpg
สำหรับห้องที่ชั้นล่างเป็นแแบบเปิดโล่งกับเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น
เพราะเจ้าของบ้านหมดสตางค์กับหลังคาหมด
(คุณพี่ Tezuka บอกว่าเป็นงานที่มีงบประมาณน้อยที่สุดเท่าที่ทำมา)
สำหรับประตูห้องทั้งหมดก็เป็นแบบเลื่อนเพื่อประหยัดพื้นที่
ไฟที่ใช้ในห้องด้านล่างก็เป็นแบบหลอดไฟแบบเปลือยทั้งหมด
แต่ก่อนไม่มีใครเดินผ่านแถวบ้านนี้เลย พอบ้านนี้สร้างใหม่เสร็จทุกอย่างก็เปลี่ยนไปตั้งแต่นั้น
มีคนเดินผ่านไปมา เพื่อนบ้านมาทักทายกันตลอด


Tezuka ทั้งสองสร้างบ้านตอบโจทย์เจ้าของ แถมด้วยธรรมชาติ
ทั้งในแง่ประหยัดพลังงานและความงามแก่ผู้อาศัยได้เสพและสัมผัสกันอย่างเต็มๆ


ลีลาการเล่าของทั้งสองนั้น มีมุข ตบจังหวะให้ขำกลิ้งตลอด สร้างความสนุกสนานอย่างมาก
แล้ว roof house นี่เองที่เป็นต้นกำเนิดต่อให้เกิดโรงเรียนอนุบาลฟูจิสุดแสนฮอต

5 comments:

  1. เข้าใจเจ้าของบ้านเลย

    ญี่ปุ่นตอนหนาวๆได้ตากแดดมันสบายจริงๆนะ

    ReplyDelete
  2. เห็นบ้านน่ารักๆ สวยๆ แล้วอยากมีบ้าง
    แต่เห็นบ้านของสามีภรรยาคู่นี้แล้ว นึกไม่ออกว่าจะตั้งอยู่ในกรุงเทพยังไง

    มีแผนไปเที่ยวไหนปีใหม่มั้ยครับ ผมไปโอซากะ (อีกแล้ว)

    happy holiday ครับ

    ปล. tokyo tokyo 2 มาไวๆ นะครับ
    ปล. (2) มี osaka osaka บ้างจิครับ :)

    ReplyDelete
  3. พาสปอร์ตคุณここいちคงเป็น accordian หลายพับแน่ๆเลย ปีหนึ่งอยู่เมืองไทยกี่วันคะ
    ขอให้สนุกกับปีใหม่ที่ญี่ปุ่นนะคะ
    เล่มใหม่กำลังพยายามอยู่คะ จวนแล้วคะ อีกนิดนึงๆ ขอรับ

    ReplyDelete
  4. ผมไปขว้าหนังสือจากสองคนนี้มาได้เป็นเล่มสุดท้ายพอดีเลยครับ แบบว่าเห็นว่าเป็นของฟรี .. เลยงก แต่ผมชอบสองคนนี้เอามากๆ กลายเป็นขวัญใจไปแล้วเนี่ย

    ReplyDelete