ตู้อาหาร
ตู้น้ำดื่ม ช่วยดับกระหาย
ตู้อาหาร ช่วยดับความหิว
แถวบนจากซ้าย
เครื่องดื่มชูกำลัง, โอเด้ง, ชาเขียว, โมะทสึนิคมมิ(เครื่องในตุ๋น), ซุปพาสต้าซีฟู้ดสไตล์ญี่ปุ่น
แถวล่างจากซ้าย
โอเด้ง, โชยุราเมง, มิโซะราเมง, ทงโคะทสึราเมง, ซุป&พาสต้าไวท์ครีม-ข้าวโพดกับเห็ด,
ซุป&พาสต้าซอสมะเขือเทศ-เบคอนกับเห็ด, ซุป&พาสต้าไวน์ขาว-หอยลายกับเห็ด
และคะเรอุด้ง(อุด้งแกงกะหรี่)
อาหารปรุงสำเร็จ เสร็จอยู่ในกระป๋อง
ไม่ต้องใส่น้ำร้อน ไม่ต้องรอ 3 นาที
ไม่ต้องอุ่น ไม่ต้องเข้าตู้เวฟ
หยอดเหรียญแล้วกดเมนูตามประสงค์
เธอจะกลิ้งลงมาหาแบบร้อนๆหรือเย็นๆตามที่กด
ให้เปิดซด ตักหม่ำได้ทันที
เพราะเขาติดอาวุธอย่างเช่นส้อมมาให้พร้อมสรรพ
ไม่ต้องติดขัดใดๆ ก็ดับหิวได้ทันที
*ขออภัยที่ลิ้มมาแต่สายตา ไม่บังอาจหยอดเหรียญชิม จึงไม่สามารถแจกแจงรสชาติให้ทราบได้
อีกรอบ
ปีก่อนโน้นไปเยือนร้านโอะโทะเมะซุชิ 乙女寿司 (ท่อมคะนะซะวะ หน้า 166-172)
ในยามเที่ยง รอบนี้เลยขอไปรอบมื้อค่ำกันบ้าง ซึ่งยิ่งย้ำความปลื้มขึ้นไปอีก ด้วยรสชาติ
แสนสุดยอด บรรยากาศแสนสบายสุดอบอุ่น โกะชูจินที่แสนน่ารัก ดีที่รีบโทร.ไปจอง
แต่ไก่โห่ล่วงหน้าเป็นเดือนๆ เพราะร้านนี้ลูกค้าแน่น คิวเต็มตลอด แล้วก็เป็นอีกรอบที่
สร้างรอยยิ้มแป้นจนบัดนี้
*คำเตือน-รอบนี้รูปแยะอาจยาวหน่อยนะคะและอาจเรียกน้ำย่อยให้เดือดได้ โปรดระวัง!
เมื่อพร้อมแล้ว มาเริ่มมื้อนี้กันค่ะ เบิกโรงกันด้วยซะชิมิ

อิคะ น้องหมึกริ้วมาเป็นแพ สัมผัสยอด รสหวานเยี่ยม อร่อยจนตาลอย

ประกบตามด้วยฮิระเมะ เนื้อใสแจ๋ว สดสุดๆ

ด่อด้วยชิระโกะในปงซึ ที่โกะชูจินบ่นพึมพำยามวางถ้วยนี้ลงเสิร์ฟ ว่าไม่ทราบว่าจะทาน
ได้ไหม โถ! ใจระทึกตั้งแต่ตอนที่ท่านคว้าชิระโกะยวงเบ้อเริ่มมาเลาะตัดแต่งลงถ้วยอยู่
ตรงหน้าแล้วล่ะค่ะ แม้จะรู้จักและได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมามากมายแต่ไม่เคยคิดจะ
ลิ้มลอง ในเมื่อบุพเพสันนิวาสจัดมาให้ ลิ้มดูจะเป็นไรมี อะฮ้า! รสเยี่ยมยอด สัมผัสนุ่ม
ลื่น ให้ความมันท่ามกลางความเปรี้ยวกำลังดีของปงซึ (เวลาทานห้ามระลึกว่าเป็นส่วน
ใดของปลา ห้ามจินตนาการใดๆสำหรับเมนูนี้)

ถึงคิวของย่างบ้าง โนะโดะกุโระร้อนๆ ชิ้นเต็มๆ ทั้งมันและนุ่มละมุนลิ้น สมกับเป็นปลา
ขึ้นชื่อของคะนะซะวะ

กลับมาที่โอะนิกิริ คำนี้เป็นอะระ ปลาตัวยักษ์ในทะเลลึกแต่มีครีบเล็กจึงขยับตัวไม่ค่อย
ไหว ได้แต่รอฮุบปลาเล็กๆ

มะกุโระแช่โชยุ ชุ่มฉ่ำรสสุดลงตัว

โทะโระ โอ้!แม่เจ้า มิสามารถสรรหาคำบรรยาย ได้แต่ใจละลาย

อุนิ อันนี้ของผู้ร่วมทาง เห็นแต่ตาลอยๆของผู้ลิ้ม

อะมะเอะบิ กุ้งหวาน เนื้อแน่นกรอบและหวานและหวาน

ฉูโทะโระ โนะ เทะคะมะคิ ได้แต่ม้วนไปกับน้องฉูโทะโระ ลืมไปเลยว่าไม่ค่อยปลื้มเทะคะมะคิ

แล้วเบรคด้วยมิโซะชิรุ ซุปร้อนๆใส่เนื้อปลา ตามด้วยอะนะโกะ นุ่มเนียนละลายในปาก
โยกย้าย

photo : hhstyle.com
ต้นเดือนที่แล้ว อ่านข่าวว่า kiddyland จะทุบร้านสร้างใหม่หมดในสิ้นเดือนสิงหานี้
แล้วเปิดอีกทีโน่นเลยหน้าร้อนปี 2012
พอสิ้นเดือนที่แล้ว ก็ได้ข่าวว่าร้าน hhstyle.com ที่ cat street จะปิดปลายเดือนนี้
แม้จะไปได้เจ็งไปไหน กิจการยังคงอยู่ เพียงปรับ flagship จากที่ cat street ไปที่
aoyama แทน แต่ก็เสียดายตึก ผลงานการออกแบบของ SANAA ผู้ซึ่งเพิ่งได้รางวัล
Pritzker Prize ในปีนี้ ติ๊กต๊อกอยู่ว่าจะเป็นกิจการใดเข้ามาใช้พื้นที่นี้แทน หวังว่าคง
ไม่เหมือนกับน้องตึกดำ hhstyle.com/CASA ใกล้ๆกัน ผลงานการออกแบบของ
Tadao Ando ที่ถูกเปลี่ยนมือไปมา จนล่าสุดกลายเป็นร้านชุดชั้นในชายไปเสียแล้ว
ครั้นเมื่อวานก่อนก็ได้ข่าวใหม่ โอะโอ้ น้อง kiddyland เธอจะมาปักหลักชั่วคราวที่น้อง
ตึกกระจกใสของ SANAA นิวาสสถานเดิมของ hhstyle.com ระหว่างรอการก่อสร้าง
ของบ้านใหม่ตัวเอง ช่างเหมาะเจาะเสียนี่กระไร นับเป็นรวมมิตรชนิดใหม่ของดาวเด่น
ของญี่ปุ่นต่างสาขา ความน่ารักน่าเอ็นดูมาอยู่ในสถาปัตยกรรมแสนเท่ โดยปฏิบัติการ
รวมมิตรชนิดใหม่นี้จะพร้อมเปิดบริการในวันที่ 17 กันยานี้เป็นต้นไป
ฉะนั้นสาวก kiddyland ก็ไม่ต้องตกใจเมื่อเห็นร้านปิด เพียงเดินเลยมาอีกนิด แล้ว
เลี้ยวเข้าตรอก cat street มาเท่านั้น ส่วนผู้นิยมชมเฟอร์นิเจอร์สวย ก็มิต้องขยี้ตา
นึกว่าตนตาลาย เมื่อเห็นว่าภายในตึกกระจกใสมีน้องคิตตี้ น้องมิฟฟี่ น้องสนูปปี้อยู่
เต็มพื้นที่แทนเก้าอี้ Eames, Sori Yanagi, Arne Jacobsen, Jasper Morrison ฯลฯ

หน้าตา
หน้าตา หมายถึง ใบหน้า, ใบหน้ารวมทั้งบุคลิกท่าทาง, เกียรติ, การยอมรับจากคนอื่น
มนุษย์มักถูกดึงดูดด้วย”หน้าตา”
ล่อตาล่อใจ หยุดความสนใจ
อยากเข้าใกล้ อยากใกล้ชิด อยากครอบครอง อยากเป็นเจ้าของ
หน้าตาเป็นเช่นไรก็มักถูกพ่วงความคาดหวัง
ด่วนสรุป ด่วนเหมา ด่วนคิดว่าเป็นเช่นนั้นในเนื้อใน
แต่บางครั้งหรือหลายครั้ง บางทีหรือหลายที
หน้าตากับเนื้อในนั้นกลับแตกต่างกันคนละเรื่อง ราวฟ้ากับดิน ขาวกับดำ
แม้ทุกคนจะตระหนักรู้ดี แต่ก็อดที่ไม่ได้ที่จะถูกเย้ายวนด้วย”หน้าตา”
น้องหนูมะริจังหน้ากลมแก้มป่องยิ้มพริ้มสุดน่าเอ็นดูบนกล่องสีส้มโดดเด่นเด้งเตะตา
ท่ามกลางกล่องข้าวปั้นข้าวกล่องหลากชนิดของ 芝寿しshibazushi ร้านซุชิเบนโตะ
เก่าแก่ชื่อดังของคะนะซะวะ หนูมะริหน้าตาน่าหยิกเหลือใจขนาดนี้ จะอดใจ ห้ามใจ
มิให้อยากลิ้มลองได้อย่างไรไหว แม้ข้าวปั้นซุชิแบบกดของร้านชิบะซุชิจะเลื่องชื่อ แต่
おはぎのマリちゃん โอะฮะกิ โนะ มะริจังก็เป็นหนึ่งในของเด็ดขึ้นชื่อของร้านที่มีชื่อ
เสียงล่ำลือระบือไกลอีกด้วย แม้ออกจะประหลาด น่าแปลกที่ร้านซุชิเบนโตะมีหมัดเด็ด
เป็นโอะฮะกิ ด้วยโอะฮะกินั้นเป็นของหวานชนิดหนึ่ง ไฉนเจ้าแห่งซุชิจึงต่อยหนักถนัด
ในด้านหวานด้วยเอ่ย อาจด้วยความเชี่ยวชาญในเรื่องข้าวที่มีบทบาทสำคัญของทั้งซุชิ
และโอะฮะกิกระมังหนอ
แม้จะหลงใหลให้ใจไปกับหน้าตาน้องมะริจังแล้ว แต่อย่างไรก็ต้องมาพิสูจน์เนื้อในกับ
หน้าตากันด้วย ซึ่งก็ได้แต่สร้างรอยยิ้มพริ้มไม่ต่างไปจากหน้าน้องที่ฝากล่อง เรียกได้ว่า
น่ารักทั้งรูปและรส มิได้น่าเอ็นดูแต่เพียงกล่อง ทว่าเนื้อในหนูก็อร่อยชนะเลิศอีกด้วย
จากความนุ่มนวลละมุนของตัวข้าวและข้าวเหนียวแต่ไม่ถึงกับเหนียวหนึบเป็นแป้งโมจิ
ด้วยยังคงรูปลักษณ์แห่งเม็ดข้าวอยู่พอลางๆ ห่อหุ้มไว้ด้วยถั่วแดงบดทั้งเปลือกที่กวนอย่าง
บรรจงถึง 3 ชั่วโมงในความหวานแบบพอดิบพอดี ไม่ขาดไม่เกิน ไม่มีบาดคอ ไม่ต้อง
หยีตา แซมด้วยรสเค็มปะแล่มๆของเกลือ ตัดพอไม่ให้เลี่ยน แต่ที่แหวกแนว แปลกสุดพิเศษ
ไม่เหมือนใครก็ตรงที่มีผักดองมาให้เป็นเครื่องเคียงด้วย! กล่องหนึ่งมี 4 ชิ้นขนาดราว
ไข่ไก่ ราคา 420 เยน หาซื้อได้ตามห้างหรือที่เฮียกคุบังไกในสถานีคะนะซะวะ ทุกชิ้น
ทุกคำทำด้วยมือวันต่อวัน เพื่อความสดใหม่และความอร่อยจึงแนะนำให้รับประทานภาย
ในวันเดียวค่ะ
*おはぎ โอะฮะกิเป็นขนมหวานเวอร์ชั่นกลับตาลปัตรกลับด้านจากขนมญี่ปุ่นส่วนใหญ่
ที่ด้านนอกมักเป็นแป้งแล้วมีไส้เป็นถั่วกวน แต่ภายนอกของโอะฮะกินั้นเป็นถั่วแดงกวน
โดยมีข้าวผสมข้าวเหนียวเป็นไส้อยู่ข้างใน
อ่านยัง?
blog parts สุดน่าหยิกของเว็บเพจประจำปีนี้ของ yonda ฝีมือ 100%orange เช่นเคย
มี wallpaper ให้ดาวน์โหลดด้วยที่นี่
*yonda? หรือ อ่านยัง? กลยุทธ์ส่งเสริมการขายให้คนอ่านหนังสือปกอ่อนฉบับกระเป๋า
ของสำนักพิมพ์ shinchosha ด้วยการสะสมแต้มแลกของสมนาคุณสุดแสนน่าเอ็นดู
ที่ออกแบบโดย 100%orange
ตะลึง

ตะลึง – จังงังไปเพราะคาดไม่ถึง
ตะลึงตะไล – ตะลึงพรึงเพริด
ตะลึงพรึงเพริด – ตะลึงจนลืมตัว
ตะลึงลาน – ตะลึงเมื่อได้พบ

ทั้งหมดคืออาการที่เกิดเมื่อสายตาไปปะทะกับร้าน 松田久直商店 มัทสึดะฮิซะนะโอะ โชเทน
ร้านขายผักผลไม้ที่สวยหยด หยุดสายตาสะกดให้ยืนนิ่ง จังงังในความงดงามของเหล่า
ผักผลไม้ สีสันที่บ่งบอกความสดใหม่ราวกับเพิ่งเด็ดเพิ่งเก็บมาจากหลังร้านณ.นาทีนั้น
ผิวพรรณก็แสนเต่งตึง สวยไร้ตำหนิ ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความเหน็ดเหนื่อยจากการขนส่งใดๆ
รูปร่างรูปทรงที่ช่างสมบูรณ์ งามหยดในทุกกลีบ ทุกใบ ทุกลูก ทุกผล ทุกหัว ไม่มีอาการ
ห่อเหี่ยว สลดหดหู่ ช่างสดใสเปล่งปลั่งในทุกอณู

แข็งแรงแข็งแกร่งในทุกกลีบทุกใบ

ทุกชนิดมีป้ายชื่อ ระบุแหล่งผลิต ราคา (รวมถึงข้อมูลพิเศษเพิ่มเติมในบางชนิด)


ใจละลายไปกับสีสัน

คงหวานกรอบน่าดู
หลังจากตื่นจากอาการตะลึง ก็สูดหายใจลึกๆตุนไว้ก่อนจะก้าวเข้าไปในร้าน เผื่อไว้ว่า
จะลืมหายใจเมื่อเข้าไป แล้วก็เป็นดั่งคาด โอ้!แม่เจ้า น้องผัก น้องผลไม้ที่เรียงรายแน่นขนัด
ได้ถูกจัดวางไว้อย่างตระการตาเหลือใจ น่าซื้อหากลับไปปรุง ไปหม่ำไปเสียหมด อยากมี
ครัวในห้องพักในบัดดล แต่ก็จนใจในความจริง ครั้นพอจ้องเขยิบที่ด้านใน เห็นเป็นครัวเปิด
อยู่ท้ายร้าน ทำเอาใจระทึกอีกรอบ เป็นมุมปรุงอาหารสำเร็จนั่นเอง ใส่เป็นแพ็คน้อยๆให้ได้
ซื้อกลับบ้าน สร้างความลิงโลดสุดแสน รีบสแกนเมนู แล้วรีบคว้ารีบซื้อกลับไปลิ้มในทันที

บรรยากาศภายใน


มุม take home

มุมขนมแบบโฮมเมดในหีบห่อสุดน่ารักที่ผนังตรงหน้าร้าน
ร้านมัทสึดะฮิซะนะโอะ โชเทนแห่งนี้เพิ่งเปิดเมื่อเมษายน 2009 แปลงร่างมาจากร้านเดิม*
ที่แม้จะมีรากฐานที่แน่นปึ้กดำเนินกิจการมาเป็นร้อยปี เชี่ยวชาญในเรื่องผักผลไม้เป็นอย่างดี
ทว่าก็ตระหนักในกลยุทธ์การขายที่แปรเปลี่ยน ถึงยามปรับตัวสู่ยุคใหม่ จึงปรุงแต่งการนำเสนอ
และภาพลักษณ์ให้โดดเด่นทัดเทียมกับความแข็งแกร่งในเรื่องผักผลไม้ที่มีอยู่ ผลลัพธ์คือ
ความตะลึงแก่ผู้ไปเยือน เพิ่มระดับเสน่ห์ของถนนสายเท่ชินทะเทะมะฉิขึ้นไปอีก
*link – ชมหน้าตาร้านเดิม (รูปล่างขวามือ) ก่อนเมคโอเวอร์ฝีมือของ studio KOZ

松田久直商店 MatsudaHisanaoShoten
3-104 shintatemachi, kanazawa
8:00 – 18:00 หยุดวันอาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์
อยู่ในตรอกชินทะเทะมะฉิ เข้าไปประมาณหนึ่งบล็อค อยู่ฝั่งขวามือเลยร้าน vemeer มาหน่อยนึง
(ท่อมคะนะซะวะ แผนที่ KataMachi/TateMachi/ShintateMachi p.220)
ละมุน
月天心 ทสึคิเทนชิน ร้านขนมญี่ปุ่นที่แม้จะเพิ่งเปิดเมื่อตุลาคม 2009
ก็ฮอตฮิตเป็นที่กล่าวขวัญและนิยมกันในหมู่ชาวคะนะซะวะทั้งหลาย
ดำเนินกิจการโดยคู่สามีภรรยา คนรุ่นใหม่แต่ฝีมือขั้นเยี่ยมยุทธ
วะกะชิของทางร้านเป็นแบบขนมสดทำวันต่อวันในจำนวนจำกัด
มีทั้งซื้อกลับบ้านและพื้นที่ 2 โต๊ะเล็กๆให้ได้ละเลียดความละมุน
ขนมหมดก็ปิดร้าน! แต่กว่าจะจ้ำไปถึงขนมหลายชนิดก็หมดเกลี้ยงเสียแล้ว
ดีที่ยังมี 栗入りよもぎ餅 เจ้าโยะโมะกิโมะฉิไส้เกาลัดเหลืออยู่
ให้คนบ้าเกาลัดรีบสั่งมาทานคู่กับมัทฉะในทันใด
สำหรับคนไม่นิยมมัทฉะ เขาก็มีโฮจิฉะให้เลือกแทน
ทันทีที่ตัดเจ้าโยะโมะกิโมะฉิสีเขียวเนื้อนวลนุ่มที่ห่อหุ้มเกาลัดสีเหลืองอ๋อยเม็ดเบิ้มมหึมา
เข้าปาก ความหนืดนุ่มของเนื้อแป้งก็พาความนุ่มหยุ่นสุดละมุนไปทั่วปาก
เคล้ากับเนื้อสัมผัสของเกาลัดที่เชื่อมมาในระดับหวานแบบถ่อมตัว
ส่งความหวานแบบทางสายกลาง ไม่มากไป น้อยไป ชนิดพอดี กำลังดี
ช่างดึงเบรคมือหยุดความหวานไว้ในระดับละมุนไร้ที่ติโดยแท้
นำพาให้ทั้งสมองและจิตใจล่องลอยไปความอร่อย ได้แต่โปรยปรายยิ้มพริ้มไปทั่ว
จนต้องพาสัมผัสที่สุดละมุน เหนียวนุ่มหยุ่นผสานความหวานปะแล่มพอดิบพอดีนี้
ซื้อกลับไปทานต่ออีกหลายชิ้น ซึ่งแม้จะแกะมาหม่ำในมื้อดึก
ความนุ่มละมุนก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปร ไม่แปลงร่างแข็งโป้กหรือตกสะเก็ดให้เสียใจแต่อย่างใด
มีแต่ความละมุนและละมุนและละมุน สร้างแต่ยิ้มละมุนเท่านั้น
แล้วราคาก็ย่อมเยา อย่างเจ้าโยะโมะกิโมะฉิไส้เกาลัด ชิ้นละ 160 เยนเท่านั้น
ขนมอร่อยๆนอกจากจะละมุนลิ้น ละมุนรส และยังสร้างความละมุนในหัวใจอีกด้วย
月天心 tsukitenshin 10:00-19:00 หรือเมื่อขนมหมด
หยุดวันอังคาร (และวันพุธแบบไม่ประจำ)
3-10-2 higashiyama, kanazawa
ไปทานซุชิ
ชินโนะซุเคะเป็นร้านที่ขึ้นชื่อร้านหนึ่งของเมือง ทำให้ต้องรีบโทร.จองที่ไว้ตั้งแต่ไก่โห่
จากกรุงเทพฯ กระนั้นเองวันที่หมายมั่นแต่แรกก็ยังเต็ม จนตั้งรีบสลับคิวกับร้านอื่นๆที่
จองไปแล้ว โชคดีที่พอตระครุบคิวร้านนี้ แล้วไปเปลี่ยนคิวของอีกร้านเป็นอีกวันได้ลงตัว
พอปะหน้าคุณผู้จัดการร้านคนสวยที่ออกมาแขวนโนะเรนพอดี จึงรีบแจ้งชื่อเสียงเรียง
นามที่จองไว้ พร้อมกับก้าวเข้าภายในร้านที่งามเรียบเนี้ยบ หลังจากที่เข้าประจำที่ที่หน้า
เคาน์เตอร์เรียบร้อย โกะชูจินหนุ่มน้อยร่างเล็กได้กล่าวต้อนรับ พร้อมสอบถามถึงความ
ประสงค์ในการหม่ำ ถึงระดับการโอะมะคะเซะ ว่าระดับไหนดี ซึ่งได้เลือกระดับเบสิคดู
ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเติมทีหลังหากไม่เพียงพอหรืออยากทานอะไรเป็นพิเศษ อันเป็นวิธี
เช็คความถูกปากของตัวเองที่มีต่อร้าน และยังเป็นวิธีควบคุมงบประมาณอีกด้วย
จากนั้นปฏิบัติการคำแรกนั้นเริ่มด้วย ไท ปลากระพงเนื้อใสแจ๋ว

ลอยมาจอดแลนดิ้งอย่างสวยงามบนจานกระเบื้องสี่เหลี่ยมหน้าเคาน์เตอร์
อู้! กระชากยิ้มกว้าง ต่อด้วยจังหวะกระพริบตาถี่ๆกับ อะโอะริ อิคะ ปลาหมึก

ตามด้วยเนื้อสีแดงเข้มของ มะกุุโระ โนะ ทสึเคะ ที่แช่รสมาอย่างเข้าเนื้อแบบชุ่มฉ่ำ

แล้ววาบวับด้วย อะจิ โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียด

พักซดซุปปลากระพงปรับความมัน เพื่อมาต่อด้วยความหวานของอะมะเอะบิ

กุ้งหวานที่ประดับมาด้วยไข่แบบพูนๆ ฝั่งผู้ร่วมทางที่แพ้กุ้งนั้น ก็เป็นปลาโคะไดแทน

ตบด้วยความเข้มของอิคุระ ไข่ปลาเม็ดเบิ้มห่มสาหร่ายโปะเป๊าะไปเต็มปาก

เปลี่ยนรสสัมผัสด้วยความแน่นหนึบของ ไบ หอยตัวเบิ้ม

แล้วหักเลี้ยวรสด้วยอุนะคิว ปลาไหลเนื้อนุ่มละลายในปากที่สุดมันชุ่มประสานสัมผัส
กรุบกรอบของน้องแตงกวาที่เคียงคู่ม้วนมาในแบบมะคิข้าวห่อสาหร่าย

ตบท้ายด้วย ชิโซะมะคิ ใช้ความหอมพร้อมล้างมันของปลาไหล

เป็นอันปิดจบขั้นเบสิคมื้อกลางวัน 2,500 เยน ของทางร้าน เบ็ดเสร็จคนละ 10 อย่าง
คับคุณภาพความสดใหม่และบรรยากาศอันสุนทรีย์ หลังจากนี้ได้มีการเสริมทัพสั่งต่อ
อีกเล็กน้อย พออิ่มหน่ำได้ที่ ก็รบกวนทางร้านช่วยโทร.เรียกแท๊กซี่กลับเข้ากลางใจเมือง
ไปท่อมท่องต่อ เริ่มต้นมื้อแรกของทริปได้อย่างตาลุกตามมาตรฐานความสดใหม่แห่ง
คะนะซะวะ ชินโนะซุเคะแห่งนี้เรียกได้ว่าจังหวะในการปั้น ช่วงเวลาที่ทิ้งห่างแต่ละคำให้
ได้ละเลียดรส ขนาด รสชาติและคุณภาพถือว่าดีมาก บรรยากาศร้านก็สวย เรียบนิ่งมาก
ทว่าก็ยังชอบและถูกปากในรสชาติและความอบอุ่นของร้านโอะโทะเมะซุชิ (ท่อมคะนะซะวะ
หน้า 166 ) มากกว่าอยู่ดี ซึ่งรอบนี้ก็ได้ไปย้ำซ้ำความอร่อยมาด้วยเช่นกัน ไว้จะมาเล่าใน
โอกาสต่อไปนะค่ะ
*เทคนิคในการรับประทานที่ร้านซุชิชั้นดี นั่งที่เคาน์เตอร์ปั้นทานคำต่อคำ อันแตกต่าง
จากซุชิเวียนที่ดูจากจานก็จะคำนวณราคาได้ แต่ร้านซุชิชั้นดีแบบนี้มักไม่มีเมนูราคา
ตายตัว ขึ้นความสดใหม่ของวันนั้นๆ ดังนั้นเพื่อสุขภาพของหัวใจและกระเป๋าสตางค์ ให้
จงแจ้งงบที่ชัดเจนก่อนแต่แรก ซึ่งทางร้านจะจัดสรรความหลากหลายและความอร่อยให้
อยู่งบประมาณนั้นๆดั่งประสงค์ ทำให้ทานอย่างไร้กังวล ไม่ตกใจสิ้นสติยามจ่ายสตางค์
และถ้ามีอาการแพ้หรือไม่ชอบอะไรเป็นพิเศษ ก็ควรแจ้งตั้งแต่แรกนี้เช่นกัน ทางร้านจะ
ได้สับรางหลีกเลี่ยง จัดสรรให้ถูก เพื่อความราบเรียบในการลิ้มรส











