Friday, November 28, 2014

คุณครูมิยะโอะคะ

ชอบของห่อและชอบห่อของมาตั้งแต่เล็ก
ความใคร่รู้จึงทำให้สะสมหนังสือเกี่ยวกับการห่ออีกด้วย
แน่นอนว่าย่อมมีหนังสือผลงานของคุณครูฮิโระเอะ มิยะโอคะอยู่ด้วยหลายเล่ม
(ดั่งภาพ แถมบางเล่มมีถึง 2 เล่ม เพราะหลงลืมว่ายังไม่ได้ซื้อ><)

เนื่องจากในญี่ปุ่นคุณครูเป็นผู้ที่มีผลงานหนังสือมากมายเกี่ยวกับการห่อ
ทั้งบางเล่มยังได้รับการแปลและตีพิมพ์ในหลายประเทศ
เช่น ฝรั่งเศส เกาหลี จีน ไต้หวัน รวมถึงไทยอีกด้วย
(ซึ่งก็เพิ่งมาทราบว่ามีเวอร์ชั่นไทยตอนคุยกับคุณครู ทำให้ต้องไปหามาสะสมอีกเล่ม)
นอกจากนี้ยังมีผลงานในนิตยสารมากมาย
รวมทั้งออกแบบการห่อของขวัญให้กับห้างร้านต่างๆ
แล้วยังมีสตูดิโอ toi et moi + style gift สอนการห่อ
ตั้งแต่ระดับง่ายๆจนถึงขั้นมืออาชีพอีกด้วย

ความที่ตรงใจในผลงานของคุณครูที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์
เมื่อปีนี้สบโอกาสและเวลาที่เอื้ออำนวย จึงไม่รอช้าติดต่อคุณครูมิยะโอะคะ
ถึงคอร์สเรียน gift wrapping coordinator course ซึ่งจริงๆเป็นคอร์สระยะยาว
แต่ข้อดีคือเป็นการเรียนตัวต่อตัวโดยสามารถจัดตารางเวลาเรียนเองได้
ดังนั้นแทนที่จะค่อยๆเรียนเดือนละครั้งสองครั้งเฉกเช่นปกติ
ด้วยระยะทางที่ห่างไกลคนละประเทศ จึงขอเรียนแบบรวดติดต่อกันไปเลย
(แล้วให้ตระหนักเมื่อไปเรียนว่าไม่เจียมสังขาร55)
ประเด็นสำคัญอีกประการคือ การเรียนการสอนนี้ได้รับการรับรองจาก
สมาคมอุปกรณ์ห่อของขวัญแห่งประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับการอนุมัติโดย
กระทรวงเศรษฐกิจการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นด้วย

แม้จะมีฐานะเป็นวิทยากรผู้มีประวัติผลงานอันมากมายเปี่ยมด้วยคุณวุฒิ
ทว่าคุณครูมิยะโอะคะตัวจริงนั้นยังคงเยาว์วัย เป็นสาวเก๋แสนน่ารักเปี่ยมด้วยอารมณ์ขัน
และสอนเก่งมากทำให้เป็นการเรียนที่แสนสนุก ได้เกร็ดและเคล็ดความรู้อย่างท่วมท้น
แถมได้ดื่มชาอร่อยๆฝีมือคุณครูในระหว่างเขียนโน้ตทบทวนอีกด้วย

*คุยกันเพลินทุกวันจนลืมขอถ่ายภาพคุณครูมาด้วย :P
at the studio
ผลงานชิ้นจิ๋วของคุณครูมิยะโอะคะ

เหล่าผลงานหนังสือของคุณครูในเวอร์ชั่นต่างๆ

Thursday, November 20, 2014

น้ำดื่มตาโต


เมื่อน้ำแร่ธรรมชาติจากเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ (หรือก็คือเทือกเขาอะคะอิชิ) 100%
จับคู่กับส้มอะซะทสึมิ ชวนให้หมายตาคว้ามาดื่มตั้งแต่วางจำหน่ายเมื่อเมษายนที่ผ่านมา
และทันที่ที่เมื่อฝาขวดออกแล้วยกขึ้นดื่มแบบไม่คาดคิด คาดหวังอะไร
วินาทีนั้นเองตาดวงน้อยก็ลุกโตเต็มสเกล
ข้อมูลในสมองวิ่งวุ่นประมวลผลอย่างสับสน
โอ้แม่เจ้า! นี่คืออะไรคะ! ไฉนน้ำใสๆนี้จึงทั้งหอมชื่นจิตชื่นใจด้วยกลิ่นส้มเช่นนี้
และที่ทำให้งงงันเข้าไปอีกระดับคือ เอ๊ะ! รสชาติก็ส้มด้วยนะคะ
ระหว่างเสี้ยวเวลาที่งงงวยก็ได้แต่กระดกดื่มเป็นระวิง
ทำให้ดื่มหมดรวดเดียวภายในพริบตา!
ทั้งๆที่ปกติเป็นคอน้ำอัดลมสีดำไม่ค่อยถนัดดื่มน้ำเปล่าเท่าไรนัก
นี่คืออาการเมื่อดื่มเป็นครั้งแรกเมื่อทริปเมษายน
ทว่ามัวแต่ตาโต ลืมถ่ายรูป ได้แต่เก็บความทรงจำไว้ในใจ
ดังนั้นทริปนักเรียนห่อของจึงไม่พลาดซื้อมาดื่มทุกวัน
และเช่นเดียวกันมัวแต่ดื่ม ลืมถ่ายรูปอีกทุกที
ดีที่กั๊กติดตัวไว้ 1 ขวดในวันกลับ และนึกขึ้นได้จึงรีบเก็บภาพที่โซฟาของสนามบิน

*แถมโฆษณาก็รื่นรมย์เสมอ
 via suntory official channel

Sunday, November 16, 2014

ณ.สตูดิโอ

เมื่อถึงสถานีเป้าหมาย
ส่งยิ้มให้ฟ้าใสแล้วรีบอ่านโพยมุ่งสู่สตูดิโอของคุณครู
เดินมาไม่ไกลก็ถึงแล้ว
โอ้! ช่างแสนโปร่งสว่างด้วยแสงธรรมชาติในบรรยากาศสบายๆ ดีจัง



ไม่รอช้าเริ่มเรียนกันเลย โอ๊ย! สนุกมาก
แม้สิ่งที่เรียนในวันแรกนี้จะเป็นเบสิคพื้นฐาน
ตั้งแต่การตัดกระดาษ รูปแบบการห่อ การผูกโบว์ ฯลฯ
แต่กลับได้ตาโตในเทคนิคที่สามารถทำให้การห่อนั้นเป๊ะ เนี้ยบ งดงาม
ด้วยวิธีการง่ายๆ ไม่ได้สลับซับซ้อนใดๆเลย
และนั่นคือรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เช่น การวาง/กะกระดาษ การวางและใช้นิ้ว/มือที่ถูกต้อง
ประกอบกับความเข้าใจในหลักคิด ก็สามารถทำให้เป๊ะ เพ๊ะในทันตา
ทำให้ตื่นตาตื่นใจพร้อมน้อมคารวะคุณครูไปตลอดทุกความทึ่ง
ซึ่งในบางเกร็ด บางเคล็ดวิชา คุณครูเล่าว่ากว่าคุณครูจะค้นพบเทคนิคนั้นๆใช้เวลาถึง 5 ปีก็มี!



เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตารางเรียนที่ทะเล้นจัดแบบเต็มๆ
เริ่มกันแต่เช้าแล้วลุยถึงเย็นกันไปเลย
ครั้นพอจบวัน ให้ตระหนักถึงสังขารว่า ได้ร้างราการเรียนมาเนิ่นนาน
ที่สำคัญไม่ได้จับปากกาจดเลคเชอร์ เขียนตัวคันจิด้วยมือมานานโข
ด้วยอาศัยแต่คีย์บอร์ดอยู่เป็นนิจ เล่นเอาเหนื่อยแบบไม่รู้ตัว
มารู้ว่าหมดพลังเมื่อหอบบบรรดากล่องที่ฝึกหัดห่อกลับไปเก็บที่ที่พัก
ทำให้ต้องรีบกัดฟันอึด พุ่งออกมาหาของอร่อยๆเติมพลังในวันถัดไป

การเดินทางครั้งใหม่


เริ่มวันอย่างเช้าตรู่ ด้วยรถไฟขบวนด่วนสู่สถานีที่ไม่คุ้นเคย เพื่อไปเรียนการห่อของ
อย่างจริงจัง หลังจากจัดตารางเรียนจนเหงื่อตกด้วยคุณครูคิวแน่นมาก (ขนาดจอง
เวลาตั้งหลายเดือนล่วงหน้าก็ยังเกือบไม่ได้คิว) ดีที่เป็นการนั่งรถจากต้นสถานีและ
เป็นการสวนทางออกชานเมืองแถมมีรถด่วน ทำให้ได้นั่งชมวิวไปราวครึ่งชั่วโมงกว่า
เท่านั้น มิฉะนั้นคงสลบกว่านี้

ผ่านไปครึ่งชั่วโมงกว่าก็ถึงสถานีเป้าหมาย ซึ่งเป็นสถานีขนาดใหญ่ทีเดียว
จากทางออกเห็นภูเขาอยู่ลิบๆ ให้รู้สึกว่ามาไกลไม่น้อย