Thursday, November 29, 2007

Freshness burger



และแล้วตลาดเบอร์เกอร์ที่ญี่ปุ่นกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ทั้งกระแสเบอร์เกอร์หรูราคาแพงชิ้นละเป็นหมื่นเยน
แถมด้วยการหวนคืนสังเวียนของ Burger King ที่ถอดใจกลับบ้านไปครั้งหนึ่ง
คราวนี้กระแสต้อนรับดี สร้างคิวทิวแถวยาวเหยียดให้ชื่นใจ
เมื่อพูดถึงเบอร์เกอร์ในญี่ปุ่น
ในแง่ราคา Mc Donald นั้นมาเต็งหนึ่ง ในความถูกสุดๆ
ในแง่ความอร่อย คุณภาพ ใส่ใจในวัตถุดิบ ก็ต้อง Mos burger โดยมี Freshness burger ตามมาติดๆ

Mos burger เพิ่งมาเคาะประตูบ้านเราไม่นาน ให้ได้รู้จักหน้าตารสชาติ เรียบร้อยลงพุงไปแล้ว
ส่วน Freshness burger เป็นอีกหนึ่งเบอร์เกอร์สัญชาติญี่ปุ่นแท้ๆ
เกิดเมื่อปี 1992 นอนเด่นมาแต่หน้าร้านในสไตล์โอลด์ อเมริกัน
ให้ความสำคัญในความสดใหม่ เป็นประเภทที่รับออเดอร์แล้วจึงลงมือทำเช่นเดียวกับ Mos burger
แต่ตัวขนมปังแปลกกว่าที่อื่น ตรงที่ผสมเนื้อฟักทองเข้าไปด้วย
เครื่องดื่มก็มีหลากหลายกว่าฟาสต์ฟู้ดทั่วไป
ไล่ไปตั้งแต่ ชา กาแฟ น้ำอัดลม ชาสมุนไพร จนถึงเบียร์ (ขนาดมะนาวโซดาก็ยังมีเลย)
ส่วนน้ำส้มและเกรปฟรุตนั้น คั้นกันสดๆ เห็นกันจะๆ เดี๋ยวนั้น
เครื่องปรุงก็จัดเป็น spice bar ให้ประโคมใส่ตามชอบ
ทั้งเกลือปรุงรส มัสตาด ซอสมะเขือเทศ และทาบาสโก้
แม้จะเป็นฟาสต์ฟู้ด แต่ก็ไม่ใช้ถ้วยกระดาษ
เครื่องดื่มนั้นเสิร์ฟในถ้วยแก้วหรือกระเบื้อง เบอร์เกอร์ก็มาในตะกร้าสาน

ร้านแรกเริ่มมาจากบ้านไม้ชั้นเดี่ยวเล้กๆใกล้มหาวิทยาลัยโตเกียว
ซึ่งเคยเป็นโรงซ้อมของคณะละครมาก่อน
ที่นายหน้าให้เช่าที่ก็ส่ายหน้าว่า ทำมาค้าอะไรก็ไม่ขึ้น ไม่ค่อยมีคนผ่านไปมา
แต่ คุริฮาระ ผู้ก่อตั้ง freshness burger กลับชอบมาก
โดยคิดว่าสถานที่นี้ช่างเหมาะเจาะกับร้านเบอร์เกอร์ แบบที่เขาเห็นเมื่อครั้งไปเที่ยวอเมริกา
โดยเลือกเจาะตลาดรอง ไม่ท้าชนกับเจ้ายักษ์ใหญ่อย่างแมคหรือมอส
สร้างเอกลักษณ์ความต่างที่เป็นตัวของต้วเอง
จะว่าไปสั่ง แล้วต้องรอ ช้าก็ช้า แต่เขาคิดว่าตลาดญี่ปุ่นนี่ ถ้าเกลียดแล้วเกลียดเลย
แต่ถ้าชอบล่ะก็ได้ heavy user มาเต็มๆ มาซ้ำมาบ่อย รักแล้วรักเลย
ตลาดเล็กแต่มั่นคง ไม่หวือหวา ไม่เพิ่งขาจร กะจับใจให้ผูกข้อมือกันไปเลย

ว่าแล้วก็เลือกตกแต่งร้านด้วยการทาสีแทนการติดวอลเปเปอร์ แถมยังจงใจทาให้ไม่เรียบร้อยนัก
เพดานเปิดโล่ง ไม่ตีฝ้า
ใช้กระดานดำ เขียนเมนูด้วยมือ แทนเมนูบอร์ดแบบสำเร็จ
กระทะทอดเบอร์เกอร์ก็เป็นแบบสั่งทำพิเศษสไตล์อเมริกันบ้านๆ
ทำให้ได้ร้านขายเบอร์เกอร์แบบที่ไม่เคยมีในญี่ปุ่นมาก่อน
โดยทำเลร้านต่อๆมา ก็มักอยู่ในตรอกด้านใน
แทนที่จะอยู่หน้าสถานีรถไฟอย่างเจ้าอื่นๆ
ค่อยๆโตทีละน้อยแต่มั่นคง แถมด้วยภาพลักษณ์เท่ๆ ของคนที่เลือกทาน freshness
นอกจากญี่ปุ่น ที่เกาหลีก็มีสาขานับสิบ และเพิ่งไปเปิดสาขาแรกที่ฮ่องกง

Thursday, November 22, 2007

calendar

20071011_d-bros_main.jpg

อีกไม่นานก็ถึงเวลาของการเปลี่ยนปฎิทินใหม่อีกแล้ว
aoyama book center ร้านหนังสือโปรดก็ไม่ลืมที่จะพาผลงานสวยๆของ
D-BROS แบรนด์ในเครือของ DRAFT เจ้าของผลงานโฆษณาและกราฟฟิคงามๆมากมาย
มาให้เลือกเปลี่ยนบรรยากาศวันใหม่ เดือนใหม่ ปีใหม่
สำหรับปฎิทิน 2008 มี 6 แบบ หลากสไตล์เช่นเคย
(คำเตือน : ระวังระดับความดันโลหิตอาจจะพุ่งขึ้นตามราคา เมื่อคำนวณเป็นเงินบาท)

20071011_d-bros_ribbon_02.jpg
Ribbon โดย Watanabe Yoshie มาแนวน่ารักแสนหวานตามเคย
คราวนี้เล่นกับริบบิ้น ผูกพันเป้นเรื่องราวน่าเอ็นดู โยงใยบทใหม่หน้าใหม่ในทุกอาทิตย์ ราคา 5,670 เยน

นอกจากนี้ยังมี Picnic โดย Kakinohara Masahiro พาเราไปปิคนิค เล่นกับธรรมชาติ ราคา 3,150 เยน
Rhythm ออกแบบโดย Uehara Ryosuke โยกจังหวะแนว collage ราคา 2,625 เยน
Joy by day by toy ออกแบบโดย Naito Noboru มาพร้อมกับสติ๊กเกอร์ ราคา 4,725 เยน
ตบท้ายด้วยอีก 2 แบบเรียบ 2008 Typeface calendar "Bodoni" ราคา 1,260 เยน
และ 2008 Creator's Diary ราคา 2,940 เยน

Friday, November 16, 2007

Fujiya Peko Chan



ฟุจิยะก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1910 เป็นร้านแรกๆที่ขายขนมแบบตะวันตก
มีไอศกรีมพาเฟ่ต์ เอแคลร์ ชอตเค้กเป็นขวัญใจสำหรับครอบครัวญี่ปุ่นในสมัยกระโน้น
ส่วนหนูน้อยแก้มป่องเปะโกะจังที่เป็นสัญลักษณ์คู่บุญนั้น
เกิดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี ค.ศ.1950
มีวัย 6 ขวบตลอดกาล กับความสูง 100 ซม.
เป็นที่จดจำ ติดตา คุ้นเคยกับทุกคนด้วยการยืนยิ้มแก้มป่องแลบลิ้นเลียมุมปากอยู่หน้าร้าน
โดยปีหนึ่งจะเปลี่ยนเสื้อผ้าราว 8-9 ครั้งตามฤดูกาล

เมื่อตอนอายุ 18 (แต่หยุดตัวเลขไว้ที่ 6 ขวบ) ในปีค.ศ.1968
เด็กแก้มป่องยิ้มหวานนี้ ก็ได้ผ่านการตกแต่งศัลยกรรมกับเค้าด้วย
โดยปั้มเพิ่มความนูนป่องของแก้ม และดวงตาที่กลมกว่า จากเดิมที่หน้าออกจอแบน แก้มไม่พองนัก
และอีก 13 ปีต่อมา ก็มีการปัดแก้มด้วยสีชมพูระเรื่อ

สำหรับส่วนสัดของน้องหนูที่อุตส่าห์มีคนดอดไปวัด อยู่ที่ 58-55-63 (ซม.) กับน้ำหนัก 15 กิโล

แล้วยังเป็นเด็กน้อยที่โดนลักพาตัวมากครั้งต่อปี
ก็เจ้าตัวที่ยืนหน้าร้านนั้น เป็นที่ต้องการของนักสะสม ขายได้ราคาสูงซึ่งอาจถึงหลายแสนเยน
แม้จะมีของที่ระลึกจากการสะสมแต้มของทางร้านให้เก็บสะสมอยู่มากมาย
แต่เปะโกะจังแก้มป่องสูงหนึ่งเมตรที่ยืนอยู่หน้าร้านนั้น ไม่ได้มีไว้ขาย ทำมาเฉพาะยืนต้อนรับมัดใจเท่านั้น
จึงทำให้เกิดคดีลักพาอยู่บ่อยๆ แต่หัวขโมยหลายคนก็โดนจับได้ แถมด้วยโทษจำคุกอีกหลายปี

เมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมาเจอมรสุมหนักกับการใช้นมหมดอายุ(เกินไปหนึ่งวัน)ไปทำครีมพัฟ
พร้อมกับการค้นพบคุณภาพที่ไม่ผ่านมาตรฐานสุขลักษณะในสินค้าชนิดอื่นตามมา
สั่นสะเทือนความเชื่อถือของประวัติศาสตร์ 97 ปีของฟุจิยะ
จนต้องปิดทั้งโรงงานและอีก 800 กว่าร้านทั่วประเทศไปชั่วขณะ

ระยะหลังในญี่ปุ่นก็ยังมีคดีเกี่ยวกับปกปิดข้อมูลการขาย/ใช้ผลิตภัณฑ์อาหารที่เกินอายุอยู่ต่อเนื่องหลายเจ้า
ให้ทายาทเจ้าของบริษัทที่สืบทอดกิจการมาไม่รู้ต่อกี่รุ่น ตกเก้าอี้ประธานลาออกรับผิดชอบกันไป
ซึ่งความน่าเชื่อถือนั้นเป็นเรื่องใหญ่โตมากสำหรับญี่ปุ่น
เป็นการเขย่าความรู้สึก ความไว้วางใจ และความมั่นใจในคุณภาพ
อันเป็นคดีใหญ่ของสังคม

Sunday, November 11, 2007

sleep



ง่วง ง่วง ง่วง
นอน นอน นอน
หลับ หลั..บ ห...ลั...บ

การปล่อยวาง ละวางจากความวุ่นวายของวัน
การเติมคะแนน เติมไมล์แห่งพลัง
การหยุดเพื่อการขับเคลื่อน ที่สดชื่นฉับไวยามตื่น
วิธีประทินผิว ประทินโฉมให้เปล่งปลั่งดูสดใส
การถนอมบำรุงร่างกาย ป้องกันโรคภัย ด้วยกาลเวลาที่เพียงพอแห่งการนอน
และวิเศษ ประเสริฐสุด กับการหลับอย่างสนิท หลับลึก หลับดิ่ง หลับนิ่งถึงก้นบึ้งแห่งการพัก

*หมูไม้แกะสลัก ผลงานของศิลปินชาวญี่ปุ่น Ogasawara Mikura

Sunday, November 4, 2007

Fairycake Fair

fairycakefair1.jpg

ช่วงนี้มีตึกใหม่ โครงการใหญ่ทะยอยเปิดตัวกันไม่หยุดที่โตเกียว โดยเฉพาะแถบ Yurakucho - Ginza
หนึ่งในนั้นที่จ้องจับตาก็คือ Gransta ในสถานีโตเกียวที่กำลังยกเครื่องครั้งใหญ่
ให้เป็น Tokyo Station City สร้างเมืองน้อยๆรองรับอนาคตอีก 100 ปีข้างหน้า
(ก็สถานีโตเกียวเปิดให้บริการมาตั้งแต่ค.ศ.1914 อีกไม่กี่ปีก็ครบ 100 ปี
เลยวางแผนอนาคตไว้สักอีก 100 ปี คิดไกลกันแบบน่าคารวะ)

กลับมาที่ Gransta เป็น ekinaka (ช้อปปิ้งมอลล์น้อยๆในตัวสถานี) แห่งล่าสุด
แน่นอนต้องรวบรวมร้านเด่นร้านดังไว้มากมาย
ที่น่าสนใจน่าจับตาเจ้าหนึ่งก็คือ Fairycake Fair
คัพเค้กสไตล์อังกฤษ ที่โปรดิวซ์โดยคุณอิกะระชิ โระมิ
ผู้เชื่ยวชาญเรื่องขนมชื่อดังมีผลงานมากมาย โด่งดังมากจาก romi-unie confiture
ถูกดึงให้มาสร้างมนต์เสน่ห์ร้านขนมใหม่แห่งนี้
ซึ่งได้ดัดแปลงปรุงแต่งผสานเทคนิคทำขนมของฝรั่งเศสที่เธอเชี่ยวชาญ
กับเนื้อเค้กแบบมึชิปังของญี่ปุ่น ออกมาเป็น tokyo line
เนื้อเค้กนุ่มหยุ่นแสนชุ่มฉ่ำ ยั้งความหวานไว้เพียงน้อย เหยียบแคลลอรี่ไว้เตี้ยๆ
ตบหยอดด้วยส่วนผสมแสนเย้ายวน อย่างถั่วแดงบดแบบหยาบกับเนื้อเค้กน้ำตาลทรายแดง,
คาราเมลซอสที่รองฐานกับเนื้อเค้กไข่รสพุดดิ้ง หรือสวีทโปเตโต้ครีมกับเค้กมันเทศ

สำหรับ baked line นั้น เน้นเนื้อเค้กแน่นเนียน เรียบง่ายแสนเข้ากันกับมิลค์ทีแบบอังกฤษ
อาทิ honey lemon เค้กน้ำผึ้งผสมมะนาวหน้าเลมอนไอซ์ซิ่ง,
ส่วน indian เป็นเค้กรสกะหรี่ออกเค็มปะแล่มๆซ่อนแกงกะหรี่เนื้อข้นไว้ภายใน
หรือ champignon เป็นเค้กรสเกลือเคล้าด้วยเห็ดผัดเนยกระเทียมวิ่งกระจายแผ่ร่มไปทั่วตัวเค้ก

ส่วน fairy cake เป็นคัพเค้กแบบอังกฤษดั้งเดิม เน้นความอร่อยแบบโฮมเมด และการตกแต่งสุดน่ารัก
เช่น rasberry เค้กวานิลาสอดไส้แยมราสเบอรี่ของ romi-unie confiture ตกแต่งหน้าด้วยครีมชีสสุดเข้มข้น
สำหรับ banana chocolate ด้านล่างเป็นกาโตว์ชอกโกล่าผสมน้ำผึ้งที่พร้อมหลอมละลายในปาก
ผนวกกับกล้วยกวนเป็นคาราเมล กับหน้าครีมสด ให้คำโตคำนั้น มิลืมเลือน
ส่วนสาวเปรี้ยวต้องลอง orange chocolate คราวนี้กาโตว์ชอกโกล่าปรุงกลิ่นด้วยผิวส้ม
ซ่อนแยมส้มที่กลางใจ ตบรสด้วยชิ้นส้มเต็มๆที่บนหน้า

ช่างเป็นช่วงเวลาทองของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในหลากสาขา ที่ตอนนี้ต่างขายดี
มีแต่คนดึงให้ไปโปรดิวซ์โน้นนี้ สร้างสรรค์โปรเจ็กต์กันสนุกสนาน (แถมได้สตางค์!)