Saturday, October 26, 2013

เปลี่ยนลาย

macmillanIsetan
MacMillan/Isetan

หลังจากใช้ถุงลาย MacMillan Ancient Clan Tartan มาเนิ่นนานหลายสิปปีจนเป็นสัญลักษณ์
อย่างหนึ่งของอิเซตัน ขนาดที่ปลายปีที่แล้วถึงกับได้รางวัล Best use of tartan in packaging
จาก Scottish Tartans Authority และด้วยสายสัมพันธ์นี้ชักพาให้เกิดดีไซน์ tartan ลายใหม่
ชื่อว่า MacMillan/Isetan นี้ที่ดัดแปลงสีและลายจาก MacMillan Ancient เดิมและยังได้ขึ้น
ทะเบียนเรียบร้อยกับ The Scottish Register of Tartans สถาบันจัดการดูแลลลาย tartan
ทั่วโลก โดยอิเซตันจะเริ่มใช้ถุงลายใหม่นี้ตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป



MacMillan Ancient

กำเนิดของถุงลาย tartan ของอิเซตัน เริ่มมาจากในปีค.ศ.1956 อิเซตัน ชินจุกุ ได้เปิดแผนก
เสื้อผ้าวัยรุ่น โดยมีสินค้าขายดีเป็นกระโปรง/ผ้าพันคอลายผ้า tartan ได้รับความนิยมอย่าง
มาก ซึ่งณ.ขณะนั้น เมื่อลูกค้าซื้อสินค้า ทางห้างจะเพียงห่อด้วยกระดาษให้ลูกค้าเท่านั้น พอใน
ปีค.ศ.1958 จึงได้ริเริ่มนำถุงกระดาษลาย MacMillan Ancient มาใช้ในแผนกเสื้อผ้าวัยรุ่นนี้
โดยเฉพาะ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก จนทำให้ขยายนำมาใช้ในทั่วห้างในเวลาต่อมาและใช้
ต่อเนื่องยาวนานมาถึง 55 ปี


Black Watch

ส่วนอีกลายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันในสีดำ-เขียว ชื่อลายว่า Black Watch เริ่มใช้เมื่อครั้ง
ขยายตึกฝั่งเครื่องแต่งกายบุรุษในปีค.ศ. 1968 ซึ่งจะใช้ในเฉพาะตึกคุณสุภาพบุรุษฝั่งนี้ ที่ก็คือ
Isetan Men's ในปัจจุบัน

*ลาย tartan หรือที่บ้านเรามักเหมารวมเรียกว่าลายสก็อตนี้ มีชื่อเรียกเฉพาะแตกต่างกันตามแต่
สี/เส้น/ขนาดของลาย ซึ่งมีนับหมื่นลายและยังเกิดใหม่เป็นร้อยในทุกๆปี

Wednesday, September 25, 2013

ขบงา



หลายวันก่อนผ่านไปร้าน 100 เยน (ทุกอย่าง 60 บาท) ได้เหลือบไปเห็นเจ้าขวดน้อยหน้าแป้นที่
แสนคุ้นเคยในร้านซะนุคิอุด้ง ชวนให้หวนได้กลิ่นหอมๆ ของงา ยามคว่ำขวดดิ่งหัวลงแล้วกับควง
หมุนเจ้าหน้าแป้นด้วยแท่งจับน้อยๆ ขยับฟันเฟืองภายในให้ขบบดงาพอแตก และโปรยปรายผ่าน
ลงช่องว่างที่ตรงสัน ภาพเกล็ดงาจิ๋วจ้อยลอยละลิ่วลงแต่งหน้าคะเคะอุด้งร้อนๆ ผุดขึ้นมาเต็มจอใน
ศีรษะพร้อมซ้อนทับประสบการณ์แห่งรสสัมผัสทางนาสิกของกลิ่นหอมๆ ของงาอันแสนจรุงใจ

ว่าแล้วจึงรีบคว้าซื้อกลับมาให้แม่ ได้ควงขบบดงาหอมๆ บ้างในทันที

Saturday, September 14, 2013

ให้นุ่ม



ที่หน้าร้าน Aesop แบรนด์ประทินผิวชั้นเยี่ยมจากออสเตรเลียตรง omotesando จะมีกล่องไม้
ใส่ hand balm กับ body balm ขวดใหญ่ติดไว้ที่กำแพงด้านข้าง ให้กดใช้ฟรีตามสะดวก ทำให้
นึกถึงหน้าบ้านเราชาวไทยในสมัยโบราณที่มักจะวางตุ่มน้ำใบย่อมพร้อมขันใบน้อย เป็นน้ำใจแด่
ผู้สัญจรไปมาได้ดื่ม/ใช้

ช่างเป็นกลยุทธ์ชวนให้ใช้แบบนุ่มๆ เพราะใช้แล้วย่อมสุดนุ่ม ชุ่มชื่นทั้งมือและใจ ชวนให้ติดใจใคร่
ซื้อหา หรือแม้แค่ชมผ่านก็ยังย่อมชวนให้นิยมในน้ำใจ

*สบู่เหลวล้างมือของ Aesop ก็แจ่มแจ๋ว ใช้แล้วนุ่ม ชุ่มเหลือแสน (มิได้สปอนเซอร์แต่อย่างใด)



**ร้าน Aesop สาขา aoyama นี้เป็นสาขาแรกในญี่ปุ่น เปิดเมื่อธันวาคม 2010 เป็นร้านที่ดัดแปลง
จากร้านขายผัก ซึ่งภายในนั้นได้รีไซเคิลไม้จากตู้/ลิ้นชักของบ้านเก่าที่ถูกรื้อทิ้งมาผสมต่อใหม่เป็นชั้น
วาง ออกแบบโดยคุณ Jo Nagasaka สถาปนิกรุ่นใหม่ที่กำลังมาแรง

*** ชมร้านแบบชัดๆในทั่วทุกมุมได้ ที่นี่

Aesop Aoyama
4-8-2 Jingumae, Shibuya-ku, Tokyo

Thursday, August 1, 2013

ต้องรีบคั่น

bookmarc
photo : Marc Jacobs

เดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ร้านหนังสือ BOOKMARC ของคุณ Marc Jacobs จะไปเปิดสาขาแรกในเอเชียที่โตเกียว!
แม้จะเป็นร้านขนาดเล็กประมาณ 78.8㎡ ออกแบบโดยคุณ Stephan Jaklitsch
แต่แค่อ่านข่าวก็แสนเย้ายวนใจให้อยากไปแวะไปโดยพลัน
เพราะนอกจากหนังสือแนวศิลปะ/วัฒนธรรม/แฟชั่นที่คัดสรรมาโดยเฉพาะแล้ว
บรรดาเครื่องเขียนจุกจิกของร้าน BOOKMARC นั้นสุดแสนจะน่าหยิก
สถานที่ห่างจากถนนใหญ่ Omotesando เข้าไปด้านในเล็กน้อย อยู่เยื้องกับ Marc by Marc Jacobs Harajuku
(นอกจากนี้ Marc by Marc Jacobs Mens ก็จะเปิดที่ชั้น B1 ของร้านหนังสือ BOOKMARC อีกด้วย)

BOOKMARC
4-25-14 Jingumae, Shibuya-ku, Tokyo

Friday, June 28, 2013

กระดาษเช็ดปาก



เมื่อจ้องที่ตัวอักษรเล็กๆบนกระดาษเช็ดปากของสายการบิน All Nippon Airways ที่เขียนว่า
"このナプキンは緑茶飲料の製造時に生じた茶殻を原料にして作ったものです。"
ก็พลันยิ้มกว้างในทันที เพราะแปลความว่า
"กระดาษเช็ดปากนี้ทำด้วยกากใบชาจากการผลิตเครื่องดื่มชาเขียว"

สิ่งเล็กๆที่สร้างความรู้สึกบวกใหญ่ๆ

Tuesday, May 28, 2013

หมวก


via CA4LAOfficial - YouTube

CA4LA (คะชิระ) ร้านหมวกร้านโปรดในโตเกียว ดั้งเดิมเป็นร้านหมวกเซเล็คช้อปจึงมีให้เลือกหลากหลาย
แบรนด์ ภายหลังมีหมวกออจินัลของทางร้านในราคาสมเหตุสมผลให้เลือกอย่างสารพันอีกด้วย ความที่ชอบ
หมวกมาแต่เล็กและในฐานะที่เคยเรียน เคยทำ เคยเย็บ เคยสัมผัสกรรมวิธีทำหมวกมาก่อนจึงแสนสนุกใน
การพลิกชมแพทเทิร์นของแต่ละใบที่ช่างบิด ช่างดัด ช่างตัด ช่างเติมหลากลูกเล่น บางใบแค่เห็นก็รู้สึกได้ถึง
ไอน้ำร้อนๆที่พวยพ่วงเวลาขึ้นทรง บางใบก็ช่างดีไซน์ ช่างซอยแพทเทิร์นทรงคลาสสิคธรรมดาๆ ให้มีสัมผัส
ที่แปลกใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง แล้วส่วนใหญ่ยังสามารถปรับขนาดได้อีกด้วย จึงเป็นร้านที่ชมเพลิน ลองเพลิน
โดยแท้

* หมวกที่ดีนั้นควรจัดทำโดยการวัดขนาดศีรษะของผู้สวมใส่อย่างถูกต้อง ทว่าหมวกสั่งทำนั้นราคาค่อนข้าง
สูง โดยทั่วไปจึงผลิตกันในขนาดมาตรฐานเหมือนกับเสื้อผ้า/รองเท้าที่มีขนาดมาตรฐาน หมวกก็เช่นกัน (ซึ่ง
อาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละโซน เช่น อังกฤษ อเมริกาหรือญี่ปุ่น) สำหรับผู้ผลิตหมวกที่ใส่ใจก็จะซ่อน
แถบที่สามารถปรับขนาดได้ประมาณหนึ่งใต้ขอบด้านในไว้ เพื่อความสะดวกและสวยงามในยามการสวมใส่
เนื่องจากในการเลือกซื้อหมวก นอกจากรูปทรงหมวกที่รับกับใบหน้าและบุคลิกแล้ว ขนาดที่พอดีก็มีส่วน
สำคัญอย่างมาก

**คะชิระ = ศีรษะ

Saturday, May 18, 2013

พื้น พื้น



สรรพสิ่งใดๆล้วนย่อมมีพื้น มีฐาน
พื้นดี ฐานดี ก็ย่อมเอื้อต่อการก่อร่างสร้างสิ่งดีๆ
"พื้น"ที่ดี
"พื้น"ที่แน่นหนา
"พื้น"ที่มั่นคง ย่อมมาจากการสะสมสั่งสม ย่อมต้องใช้เวลา
ไม่สามารถตัดตอนตัดทอนด้วยทางลัดใดๆ
ทว่าทุกวันนี้ "พื้น" ดูเหมือนจะป็นเสิ่งที่ถูกมองข้าม
มิใช่สิ่งที่ได้รับความเอาใจใส่อย่างเต็มที่เต็มเวลา
ด้วยหลายคนหันไปจ้องมองที่ยอด ที่ผล
มุ่งหาวิธีอันรวดเร็ว เพื่อให้ได้มาซึ่งยอด ซึ่งผลนั้นๆ
มากกว่าที่จะให้ความสำคัญและลงทุนใน"พื้นดี"



** insole แสนน่าเอ็นดูของ danke ดีไซน์โดย D[di:]
พื้นดีเช่นนี้ จึงเอื้อให้ทั้งเดินดี สบายเท้าและอารมณ์ดีในยามเดิน
ช่างใส่ใจใน"พื้น" ทำให้เรื่องพื้นๆ ไม่"พื้น" แม้แต่น้อย

Wednesday, May 8, 2013

เหตุเกิดณ.ร้านแว่นตา



มีนาคมปี 2010
ระหว่างที่เดินท่อมอยู่แถว jimbocho ย่านหนังสือเก่าชื่อดังแห่งโตเกียว พลันสะดุดตากับวินโดว์ดิสเพลย์
ที่เต็มไปด้วยแว่นทรงคลาสสิค ทรงกลมแบบ John Lennon แถมมีรูปของคุณ John Lennon ประดับ
ไว้อีกต่างหาก จึงประชิดเข้าไปดูใกล้ๆ โอ้! มีแต่แว่นทรงนี้ทรงเดียวทั้งตู้เลย วิธีการจัดวางและหน้าตาร้าน
ก็แสนขลังย้อนยุค เลยพยายามมองด้านในร้าน พลางกับผลักประตูกระจกเข้าไป และยิ่งให้ทึ่งเข้าไปอีกว่า
ทั้งร้านมีแต่แว่นทรง John Lennon เท่านั้นจริงๆ แถมบรรยากาศภายในร้านก็ดั่งหยุดเวลาไว้ ทั้งตู้กระจก
ที่ผนังและเคาน์เตอร์ก็เป็นดั่งเช่นร้านแว่นตาในอดีตเมื่อสี่สิบ-ห้าสิบปีก่อน(กระมัง) ชั่วพริบตาที่กำลังฉงน
ในห้วงเวลาอยู่นั้น คุณป้าเจ้าของร้านที่นั่งอยู่ที่ด้านในก็รี่กุลีกุจอเข้ามาต้อนรับ ถามไถ่ว่าสนใจแว่นหรือ
พร้อมกับรีบหยิบแว่นที่เรากำลังจ้องในตู้ด้านข้างมาให้ลอง พลางอธิบายว่าเป็นแว่นทำมือ แว่นทุกอันจึงจะ
มีการสลักชื่อของผู้ทำไว้ด้วย และช่วยเลือกอันที่น่าจะรับกับหน้าให้ และเมื่อทราบว่าหมูใคร่รู้เป็นคนไทย
ก็ดีใจใหญ่เล่าว่าสมัยสาวๆคุณป้าเคยไปเที่ยวเมืองไทยกับคุณแม่ ประทับใจในวัดวาอารามอันงดงามมาก
และยังเป็นทริปแห่งความจำอันแสนสุขกับคุณแม่ผู้ล่วงลับ ดวงตาที่เป็นประกายระหว่างที่ชักชวนคุยโน้นนี้
ด้วยความเอื้ออารี เป็นจุดเริ่มต้นในความประทับใจในตัวคุณป้าซูซูกิท่านนี้ ทำให้แวะไปที่ร้าน Misuzudo
ทุกครั้งที่ไปโตเกียว แถมคุณป้ามักจะแนะนำร้านกาแฟ ร้านอร่อยๆแถวนั้นให้เสมอๆ



กุมภาพันธ์ 2013
เมื่อทราบข่าวว่าศิลปินคนโปรดคุณ Jean-Philippe Delhomme จะมาเซ็นหนังสือ The Unknown Hipster
Diaries ที่กรุงเทพฯ ได้ติดตามผลงานของคุณ Delhomme มาสองทศวรรษกว่า นึกไม่ถึงว่าจะมีโอกาสได้พบใน
กรุงเทพฯ จึงไม่พลาดที่ไปจับจองเล่มลิมิเต็ด เอดิชั่นนี้ด้วย ซึ่งคุณ Delhomme ก็สุดแสนใจดีทั้งเซ็นและบรรจง
วาดอย่างใจเย็นให้ทุกคนแบบเป็นกันเอง ช่วงก่อนถึงคิวอันเนืองแน่นนั้น หมูใคร่รู้ได้ฆ่าเวลาด้วยการอ่านหนังสือ
The Unknown Hipster Diaries ไปพลาง ทำให้ได้จำเรื่องร้านแว่นตาย้อนยุค ณ.jimbocho ที่คุณ Delhome
ไปสะดุดชมมาเหมือนกันและมีหลากเรื่องราวที่อยากพูดคุยคุณป้าเจ้าของ ทว่าอุปสรรคของภาษาจึงไม่ทราบ
ความนัก ที่จริงได้เคยอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่อยู่ในบล็อก TheUnknown Hipster เมื่อพฤศจิกายน 2010 ว่าโอ้ ไป
เจอร้านคุณป้าเหมือนกันเลย แต่เผลอลืมเสียสนิท ไม่ได้เล่าให้คุณป้าฟังตอนไปโตเกียว จึงบอกคุณ Delhomme
ว่าหมูใคร่รู้รู้จักคุณป้าเจ้าของร้านแว่นตานี้ และเดือนหน้านี้จะไปโตเกียวพอดี จะไปเล่าเรื่องให้คุณป้าฟังนะคะ
คุณ Delhomme ก็ได้บอกว่าอยากส่งหนังสือให้คุณป้าเหมือนกันแต่ไม่ทราบที่อยู่







มีนาคม 2013
ได้ฤกษ์แวะไปร้าน Misuzudo พร้อมพกก๊อปปี้เรื่องของคุณป้าในหนังสือไปด้วย เพียงเริ่มต้นการเล่าจากหน้าแรก
ที่มีรูปวาดวินโดว์ดิสเพลย์ของร้าน คุณป้าก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ครั้นพอหยิบแผ่นที่สองที่มีรูปวาดคุณป้าอยู่
เพียงแว่บแรกที่เห็นคุณป้าก็น้ำตารื้นเอ่อและมิสามารถกลั้นน้ำตาแห่งความปิติไว้ ต้องเอานิ้วปาดป้อยๆ ทำเอา
คนส่งสารเองก็แสนสุขใจไปด้วยอย่างมาก ด้วยความดีใจคุณป้าได้รีบนำภาพทั้งหมดไปวางโชว์ที่วินโดว์ดิสเพลย์
ในทันที พลางบอกว่าจะรีบเอาก๊อปปี้ทั้งหมดนี้ไปใส่กรอบโดยไวด้วย ส่วนหมูใคร่รู้ก็พกชื่อที่อยู่คุณป้ากลับมาให้
คุณ Delhomme ส่งหนังสือฉบับจริงให้คุณป้า (ที่อยู่และชื่อร้านมีอยู่แล้ว แต่ไม่เคยถามชื่อ-สกุลคุณป้า เลยได้
โอกาสถามในครั้งนี้)



เมื่อกลับมาจากทริป จึงได้ส่งข่าวบอกคุณ Delhomme ถึงความปิติของคุณป้า ซึ่งคุณ Delhomme ได้ตอบกลับ
ในทันทีว่าดีใจเป็นอันมากและจะรีบส่งหนังสือให้คุณป้าทันทีที่กลับบ้านในปารีส

ที่มาของความบังเอิญที่โยงใยคนจากสามชาติสามภาษา ที่มาของมิตรไมตรี ความรู้สึกดีๆที่ไม่จำกัดเขตแดน

Friday, April 19, 2013

Wednesday, April 10, 2013

ชมอิ่ม



โตเกียวถือเป็นหนึ่งในเมืองที่จัดงานแสดงศิลปะงามๆจากทั่วโลกอยู่สม่ำเสมอ แถมมักเสาะแสวงหา
ภาพหาชมยาก ไม่ก็มีธีม มีมุมในการนำเสนอที่แตกต่างอยู่เนืองๆ

Great French Paintings from the Clark ก็เป็นอีกงานหนึ่งที่แม้ไม่ได้โดดเด่นด้วยชิ้นงานที่ดัง
สุดขีด แต่ก็เป็นคอลเลคชั่นรวมมิตรงาน impressionism ที่หลากหลาย ได้ชมหลายงานที่ไม่ค่อย
ได้เคยเห็น ได้อิ่มตา อิ่มใจ แสนสุขไปกับการชมสีสวยๆ มุมงามๆ ชื่นใจตั้งแต่กรอบรูปที่แค่ชมเพียง
กรอบก็ใจละละลาย ช่างแสนงามงดแบบที่หาไม่ได้แล้วในวันนี้ ผลงานก็มีตั้งแต่ Renoir, Corot,
Millet, Manet, Pissarro, Monet ฯลฯ แน่นอนว่าได้อิ่มทั้งเข้าไปจ้อง และถอยออกมานั่งชม
แบบละเลียดบนม้านั่งที่จัดไว้ให้กลางห้อง (แม้สถานที่จะเล็กและแคบไปนิดๆ สำหรับบางภาพที่จะ
งดงามมากระยะไกลๆ)

รสชาติของงานอยู่ที่การจัดกลุ่มรวมภาพของหลากศิลปินในธีม/มุมเรื่องที่ใกล้เคียงอย่างน่าสนใจ
ทำให้เห็นมุมต่าง ในขณะเดียวกันก็ชูเอกลักษณ์ของศิลปินแต่ละท่านอย่างโดดเด่น งานนี้จึงเปี่ยม
ด้วยรสชาติอันกลมกล่อม ให้ความต่างจากการชมแต่สุดยอดงานดังที่สุดของหลายศิลปิน หรือชม
แต่งานดังของศิลปินคนใดคนหนึ่งเท่านั้น สมเป็น The Clark Collection

แน่นอนว่าความใส่ใจในรายละเอียดของการจัดแสดง อาทิ สีผนังในแต่ละห้องที่ทาให้เข้ากับธีมภาพ
ลำดับภาพของแต่ละห้อง การจัดแสง ฯลฯ ก็ล้วนมีส่วนทำให้งานนี้อิ่มอร่อยอย่างมาก

* The Clark Collection เป็นคอลเลคชั่นที่คุณ Robert Sterling Clark ชาวอเมริกันและภรรยา
นักแสดงชาวฝรั่งเศสคุณ Francine ได้เริ่มสะสมภาพสมัยเรอเนสซองซ์และภาพวาดในยุคศตวรรษ
ที่ 17 ระหว่างที่พำนักที่ปารีสเมื่อปี 1911 ซึ่งต่อมาค่อยๆหันมาเน้นภาพในยุคที่ใหม่ขึ้น โดยเฉพาะ
ผลงานแนว impressionism จนในราวปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1945 คอลเลคชั่นของทั้ง
สองก็มีมากกว่า 500 ชิ้นเลยทีเดียว

**แน่นอนว่างานแสดงภาพงามในอดีตเช่นนี้ย่อมมิอาจถ่ายภาพได้ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของหมูใคร่
รู้จึงใช้วิธีซื้อโปสการ์ดภาพที่ชอบเท่าที่ทางผู้จัดจะทำออกมาขาย ซื้อเก็บเป็นที่ระลึก (น่าเสียดายที่บาง
ภาพที่ชอบ ไม่ได้มีการทำเป็นโปสการ์ด)

***งานนี้จัดถึง 26 พฤษภาคมนี้ หากผู้ใดชอบงานแนว impressionism ก็มิควรพลาดค่ะ

Great French Paintings from the Clark
วันนี้ - 26 พฤษภาคม 2013
ที่ Mitsubishi Ichigokan Museum, Tokyo
อังคาร,พุธ,อาทิตย์ 10:00-18:00
พฤหัส-เสาร์ 10:00-20:00
หยุดวันจันทร์

Wednesday, April 3, 2013

เงา งาม



อีกงานงามๆ ที่ตาโตเมื่อเหลือบไปเห็นโปสเตอร์โฆษณา Playful Shadows Exhibition
by NENDO ระหว่างลงบันไดเลื่อนที่ Seibu Shibuya ที่กำลังจะจัดขึ้น ทำให้ต้องเวียนแวะ
ไปอีกรอบเพื่อชมงาน มักเห็นข่าวผลงานของ Nendo แสดงที่โน่นนี่ทั่วโลกเป็นประจำ ทริป
นี้โอกาสเหมาะได้ยลถึงราว 50 ชิ้นแบบจะๆในคราวเดียว



งานของคุณ Sato Oki ในนาม Nendo ดีไซเนอร์ชื่อดังผู้มีคอนเซ็ปต์ในการทำงานที่แสนเท่
ที่ว่า
"Giving people a small " ! " moment.
There are so many small " ! " moments hidden in our everyday.

But we don’t recognize them.
and even when we do recognize them,we tend to unconsciously reset our
minds and forget what we’ve seen.

But we believe these small " ! " moments are what make our days so
interesting, so rich.

That’s why we want to reconstitute the everyday by collecting and
reshaping them into something that’s easy to understand.

We’d like the people who’ve encountered nendo’s designs to feel these
small " ! " moments intuitively.

That’s nendo’s job."


scatter shelf ชั้นหนังสือน่าฉงนอันโด่งดัง


ต่างมุมก็ต่างลุค


โต๊ะจากคอลเลคชั่น think black lines




thin black table


ยลใกล้ๆ


เก้าอี้จากคอลเลคชั่น think black lines


โต๊ะไม้?


ใส!


มิใช่ไม้แต่เป็นอะคริลิก โต๊ะนี้ชื่อ transparent table


ดั่งไม้ เก็บลายในทุกรายละเอียด


melt เก้าอี้ละลาย








เงาโต๊ะ bamboo-steel table


เงาเก้าอี้ bamboo-steel chair








static bubbles


ทำจากตาข่าย



Saturday, March 30, 2013

น่าเอ็นดู & น่าทึ่ง

ado line

เมื่อวานก่อนอากาศร้อนจนลมแทบจับ เล่นเอาแสนมึนหัว เลยแก้เครียดคลายร้อนด้วยการซื้อ
สติ๊กเกอร์ Line เห็นสติ๊กเกอร์ของคุณป้า Mizumori Ado มาหลายวันแล้ว แต่ข่มใจไม่ซื้อ
พอความร้อนเร่งเร้าเลยตบะแตก ผลงานของคุณคุณป้า Mizumori Ado เป็นภาพวาดที่แสน
คุ้นตาอย่างมากของหมูใคร่รู้เมื่อยามเล็กๆ พอมาวันนี้ดูอีกทีก็ยังน่าเอ็นดูไม่เสื่อมคลาย ดูแล้ว
ก็สร้างรอยยิ้มทุกที จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลงานของเธอกลับมาฮิตอีกครั้งในช่วงสองสามปีนี้ เลย
อยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักความน่าเอ็นดู & น่าทึ่งของเธอณ.ที่นี้

คุณ Mizumori Ado โด่งดังอย่างมากในช่วงยุค 1970's จากรายการโทรทัศน์ของ NHK
ที่เธอแสดงการวาดภาพด้วยสองมือบนกระดานใสประกอบการร้องเพลง เธอเป็นทั้งศิลปิน
นักวาด นักแสดงละครเวที นักพากย์ นักร้องซึ่งร้องทั้งเพลงการ์ตูนดังๆมากมาย ในขณะเดียว
กันก็เป็นนักร้องเพลงแจ๊ซอีกด้วย!


เพลงที่ทุกคนคุ้ยเคยกันดีจาก Dr.Slump เพลงนี้ เธอก็คือต้นฉบับของแท้


ไปชมความน่าทึ่งของคุณป้าอะโดะจาก live performance ที่ทั้งร้อง เต้นและวาดรูปแสนน่าเอ็นดู
(แนะนำให้ชมจนจบนะคะ^^)
*โปรดสังเกตตำแหน่งริมฝีปากที่เธอจงใจวาง


คำแปลโดยย่อจากรายการที่ไปตามคุณป้าอะโดะในหนึ่งวัน
วันของคุณอะโดะจะเริ่มจากหลังเที่ยงกับพี่สาวคุณอะโดะ ครั้นบ่ายคุณอะโดะจะไปโปรยข้าว
เก่าและเปลือกแอปเปิ้ลให้กับเหล่านกน้อยที่มักจะเยี่ยมเยียนเป็นประจำ ตอนแรกนกน้อยก็
มีมาเยือนเพียงไม่กี่ตัว ซึ่งเธอตั้งชื่อให้ทุกตัว แต่หลังเพิ่มขึ้นเยอะเป็นสิบกว่าตัว แม้จะตั้งชื่อ
ให้หมด แต่ก็จำไม่ได้ว่าตัวไหนเป็นตัวไหน

ไม่ว่าเด็กสาวยุคไหนๆ ต่างก็หลงรักภาพของคุณอะโดะที่แสนน่าเอ็นดู ในขณะเดียวกันก็แฝง
ด้วยความเซ็กชี่เล็กๆ สัญลักษณ์ของคุณอะโดะก็คือหมวก ที่เธอมีมากมายหลายแบบเป็นร้อย
ใบซึ่งล้วนแต่ทำเองทั้งสิ้น

แม้จะเห็นว่าคุณอะโดะร่าเริงแบบนี้ แต่เธอก็มีความเครียดเช่นกัน ซึ่งเธอมีวิธีคลายเครียด
เฉพาะตัวสมเป็นคุณอะโดะ ด้วยการใช้จอบขุดหลุมแล้วบ่นใส่ เสร็จก็กลบปิดหลุมเหยียบ
จนแน่น ฝังเสียงบ่นนั้นลงไป

ครั้นราวหกโมงเย็นก็เตรียมอาหารเย็น ทานพร้อมกับครอบครัวและคนในคณะละคร พอทุก
คนเข้านอนหมดแล้วในราวๆเที่ยงคืนก็ถึงเวลาวาดรูป เป็นเวลาส่วนตัวเพียงคนเดียว และสิ่ง
ที่ขาดไม่ได้ก็คือเพลงบลูส์เก่าๆ ที่เธอชื่นชอบมาก บอกว่าฟังแล้ว รู้สึกว่าชีวิตดีจริง แม้เพลง
จะเศร้าแค่ไหนแต่ก็รู้สึกดี โดยช่วงวาดรูปก็จะต่อเนื่องเช่นนี้ไปถึงราวตีสี่

^_^

Tuesday, March 26, 2013

โฉมใหม่



Isetan shinjuku ได้ฤกษ์เปิดโฉมใหม่หลังการปรับปรุงครั้งใหญ่ภายใต้ธีม fashion museum เมื่อ
วันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา แน่นอนว่าโชว์พลังและฝีมือการคัดสรร/เลือกสรร/จัดวาง/ผสมผสานสินค้า
และการบริการต่างๆอย่างเหนือชั้นสมเป็นอิเซตัน ชินจุกุ ทำให้เดินสนุก ชมสนุก เจริญตาและใจไปกับ
สุดยอดของสวย ของดี ของงามจากทั่วญี่ปุ่นและทั่วโลก โดยส่งความขลังตั้งแต่ทางเข้าด้านหน้า ซึ่ง
ปรับย้อนอดีตกลับให้เหมือนเดิมเมื่อครั้งปีค.ศ.1933 ส่วนภายในไล่เก๋ตั้งแต่ชั้น B2 ขึ้นมา โดยจุดเด่น
อยู่ที่ชั้น 2-4 ที่ช่างคัดสินค้า/บริการมาเคล้าอย่างน่าสนใจ ทำให้แต่ละแผนกไม่ได้มีเพียงเสื้อผ้างามๆ
แต่แทรกแซมด้วยสินค้า/บริการที่เกี่ยวเนื่องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละโซนอีกด้วย ฉะนั้นจึงมีกลิ่นหอมๆ
จากร้านดอกไม้แสนงามที่งามเป๊ะจนแทบนึกว่าดอกไม้ปลอม ส่งความหอมรวยระรินเคียงกับมุมเสื้อ
สวยๆ หรือมุมสบู่/เครื่องหอม/เครื่องกระเบื้องชั้นเลิศท่ามกลางแบรนด์สุดหรู หรือบาร์เครื่องดื่มสุดเท่
ระหว่างทางเดิน เป็นต้น

ทั้งนี้ไม้เด็ดแห่งความใส่ใจ ยังครอบคลุมไปถึงบรรยากาศแห่งโสตประสาท เอื้อให้เพลินในการชอปปิ้ง
ด้วยเพลงที่เปิดภายในอิเซตันนั้นแต่งโดยคุณ Sakamoto Ryuichi ทีเดียวเชียว และในโอกาสเปิด
โฉมครั้งนี้ ก็ยังได้ flower artist ชื่อดังคุณ Makoto Azuma มาสร้างสรรค์ผลงาน Art of Plants
ปักแซมความเขียวขจีอย่างสุดเท่ในมุมต่างๆทั่วทั้งห้าง

*สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการค้าปลีกไม่ควรพลาด


ย้อนอดีตทางเข้า


Art of Plants


สีสวย จีบงาม


เรียงใบ


ทั้งขมวด ทั้งพับ


ม้วนด้วย


พรมเขียว ณ.ผนัง


Isetan shinjuku 10:00-20:00 น. (ตั้งแต่เมษายนเปิด 10:30 น.)