Tuesday, January 29, 2008

kabocha



ชอบเกาลัค
รักมันเทศ
ปลื้มเผือก
นิยมฟักทอง
ใจละลายเสมอกับจำพวกกลุ่มแป้งทั้งหลาย
ฟักทองญี่ปุ่นนั้น เนื้อเหนียวหนึบ เหนี่ยวรั้งใจให้ติดหนับ
โดยเฉพาะเมนูบ้านๆอย่าง かぼちゃ煮 ซึ่งเป็นการปรุงแบบง่ายๆ
ฟักทองต้มซิอิ้วที่ถูกเคี่ยวจนแห้งเข้าเนื้อ หนึบทุกคำ หนับทุกเคี้ยว
ฟุตเวิร์คที่พริ้วด้วยความกลมกล่อมจากมิรินและน้ำตาลเพียงน้อยนิด
(บางบ้านอาจเหยาะสาเกลงไปด้วยนิดหน่อย)
สร้างรสออกพอหวานเล็กๆ
วาดลีลาการชกแบบเหนียวหนักแน่นด้วยเนื้ออันหนึบหนับ
โดยมีรสซื่อๆเป็นหมัดตรง คมด้วยความเค็มปะแล่มๆจากโชยุ
น็อคในทุกคำ
หนึ่งในเมนูพื้นฐานของร้านขาย お惣菜 (โอะโซไซ-กับข้าว)

Wednesday, January 23, 2008

merci beaucoup



Itoya ร้านเครื่องเขียนเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1904
เป็นหนึ่งในร้านที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักคู่กับย่านกินซ่ามาช้านาน
เจ้าพ่อเครื่องเขียนแบบครบวงจร มีให้เลือกสารพัดทุกชนิด ทุกประเภทให้เดินจนเมื่อยทั้งตึก
ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ แนวน่ารักจนถึงเคร่งขรึมจริงจัง
ที่สำคัญเมื่อซื้อสินค้าครบทุก 200 เยน จะได้รับคูปองลด 5%
ที่เรียกว่า メルシー券 (คูปอง merci) มูลค่า 10 เยนไว้ใช้ในการซื้อครั้งถัดไป
(คูปองมี 3 ชนิดมูลค่า 10 เยน, 50 เยน และ 100 เยน)
อันคูปอง merci นี้ มาจากภาษาฝรั่งเศสคำว่า merci ที่แปลว่า ขอบคุณ นั่นเอง
คูปองลดราคานี้อาจสุดแสนธรรมดาในปัจจุบัน
แต่ร้าน itoya เริ่มแจก メルシー券 มาตั้งแต่ปี 1953 โน่น
เพียงแต่ในสมัยโน้นเป็นแผ่นการ์ดลงบันทึกโดยเจ้าหน้าที่แคชเชียร์ ไม่ใช่เป็นคูปองใบเล็กๆอย่างปัจจุบัน
ซึ่งก็ลด 5% มาตั้งแต่ตอนนั้นไม่เคยเปลี่ยน
ที่สำคัญคือคูปองนี้ไม่มีวันหมดอายุ ใช้ได้ตลอดชาติ ตลอดกาล
ไม่ว่าจะกี่วัน กี่เดือน กี่ปีผ่านไป ก็ยังนำมาใช้ได้
(อย่างเช่นคูปองมูลค่า 5 เยนที่เลิกแจกไปแล้ว หากท่านหลงลืมเก็บไว้ ก็ยังนำมาใช้เป็นส่วนลดได้)
merci!

Wednesday, January 16, 2008

ร้านหนังสือนอนน้อย



นับตั้งแต่ Roppongi Hills เปิดจนถึง Tokyo Midtown เมื่อปีที่แล้ว
ได้สร้างสีสันความร้อนแรงแก่รปปงหงิในยามกลางวันอย่างมาก
จากที่เคยขึ้นชื่อมานานในยามค่ำคืนที่คราคร่ำด้วยบาร์มากมาย
รปปงหงิจึงกลายเป็นถิ่นเจ้าเสน่ห์ดึงดูดผู้คนตลอดทั้งเช้าค่ำ
ใช่ว่าจะมาดริ๊งค์ แดนซ์ที่รปปงหงิในยามดึกกันอย่างเดียว
Tsutaya ที่ Roppongi Hills เป็นเจ้าแรกที่บุกเบิกสร้างความบันเทิงด้วยร้านหนังสือที่นอนน้อยที่สุด
เพราะเปิดบริการตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึงตี 4!
แล้ว ABC Aoyama Book Center ที่มายึดหัวหาดที่รปปงหงิถึง 2 สาขา
คือใน Roppongi Hills และที่ริมถนนใหญ่รปปงหงิ โดริอีกสาขา
ก็หันมาร่วมวงรุกตลาดยามราตรีในถิ่นที่ได้รับการปั่นและปั้นให้เป็น
ศูนย์รวมวัฒนธรรม ความรู้ ความสุนทรีย์อย่างรปปงหงินี้ด้วยอีกคน
นับแต่ปลายปีที่ผ่านมา ABC สาขารปปงหงิ จึงขอนอนน้อยต้อนรับหนอนหนังสือถึงตี 5
แต่ขอเปิด 10 โมงเช้านะ ส่วนวันอาทิตย์ก็ขอเปิด 10 โมงเช้าถึงสี่ทุ่ม
(กระแสร้านหนังสือที่เปิดถึงดึกเริ่มมานับแต่หลังฟองสบู่ที่ญี่ปุ่นแตก
ร้านหนังสือใหญ่ๆส่วนมากจะเปิดถึง 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม)

เป็นสถานบันเทิงยามราตรีที่น่า hang out สร้างปัญญาในยามดึกเป็นอย่างยิ่ง

Friday, January 11, 2008

ข่าวเล็กข่าวน้อย



ถึงยุคอาหารราคาแพง จากนี้ไปโลกเราจะไม่รู้จักกับอาหารราคาถูกกันแล้ว
นับวันเราจะต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อการอิ่มท้อง
น้ำมันแพงก็ไม่ได้แพงเฉพาะที่บ้านเรา ราคาสูงไปทั่วโลก
ประกอบกับความต้องการในผลิตผลทางเกษตรมาใช้เป็นพลังงานทดแทน
(แต่เกษตกรก็ยังจนเหมือนเดิม)
วงจรลูกโซ่สร้างต้นทุนของทุกสิ่งสูงขึ้นตามเป็นเงา

ในญี่ปุ่นราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างพาเหรดกันขึ้นราคาในรอบสิบปีหรือหลายสิบปี!
หลังจากการพยายามลดต้นทุนในการผลิตอย่างเต็มเหนี่ยวแล้ว ก็ไม่สามารถทานกระแสได้
ราคานมของทุกยี่ห้อ ขึ้นราคาในรอบ 30 ปี!
บะหมี่สำเร็จรูปขวัญใจคนยากอย่าง チキンラーメンชิกเก้นราเมง ก็ขยับราคาจาก 90 เยนเป็น 100 เยน
โชยุก็ขึ้นราคา และอื่นๆอีกมากมาย ไม่เพียงแต่อาหาร ขนมก็ขอขึ้นราคาด้วย
ค่าย meiji ที่มีดาราหลักคือ milk chocolate ก็จะขึ้นราคาในเมษายนนี้
เพิ่มขึ้นจากเดิม 15 เยน จากราคาอ้างอิง 120 เยน พร้อมลงน้ำหนักลง 5 กรัม
นับเป็นการขึ้นราคาในรอบ 34 ปี!
ค่ายอื่นๆอย่าง morinaga กับราคาสินค้าหลักอย่างミリクキャラメルมิลค์คาราเมล,
チョコボールชอกโกบอล, 小枝โคะเอะดะ ก็จะขึ้นราคาราว 15%

ข่าวปิด
cheese cake factory ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1952 ขึ้นชื่อกับชีสเค้กในรูปแบบ "ชีสบาร์"
ที่ได้เล่าไว้ในหนังสือสวีททอล์ค
มีสาขาอยู่ราว 30 สาขาทั้งในแถบคันโตและคันไซ
ไม่สามารถทนต่อการแข่งขันอันดุเดือด และต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างมาก
จึงจำอำลาจากวงการยื่นขอล้มละลายไปเมื่อสิ้นธันวาคมที่ผ่านมา

ข้าวยากหมาก(ฝรั่ง)แพง ในน้ำบ่มีปลาในนาบ่มีข้าว โลกก็ร้อน
มีแต่สติและใจของเราที่ควบคุมได้

Monday, January 7, 2008

wake up call

wake-up-call.jpg

หลังวันปีใหม่มานี้ ทุกเช้าตรู่ จะมีนาฬิกาปลุกระบบใหม่มาร้องเรียกกันแต่เช้าโดยไม่ต้องตั้งต้องเซ็ต
แว่ก! แว่ก! แว่ก! (เสียงอะไรทำนองนี้ หาเสียงเหมือนเปี๊ยบไม่เจอ)
เสียงระบบเซ็นเซอร์ราวด์วิ่งไล่จากหน้าต่างด้านหลัง มาดังที่หน้าต่างข้าง
แว่ก! แว่ก! แว่ก!
โดยวิ่งย้อนไปย้อนมาสลับจากหน้าต่างด้านหลังกับหน้าต่างด้านข้าง
แล้วโยกเร่งจังหวะระรัว พร้อมการเคาะกระจกหน้าต่างเป็นบางครั้ง
แว่ก! แว่ก! แว่ก!
แว่ก! แว่ก! แว่ก!
แว่ก! แว่ก! แว่ก!
นี่มัน หนัง Hitchcock หรือกระไร The birds บุกหรือนี่?
ข่มตาไม่ลงแล้ว ให้อยากรู้ว่านักว่านกอะไร ช่างเฮฟวี่ร็อคเหลือใจ
ต่างจากเสียงนกต้วน้อยร้องจิ๊บๆ เป็นเมโลดี้แสนเริงใจที่กระซิบมาจากต้นไม้หลังบ้าน
ยามล้างหน้าทุกเช้าเสียนี่กระไร

ว่าแล้วก็ย่องไปที่หน้าต่างด้านข้างตามเสียงแว่ก! แว่ก! แว่ก! ที่กำลังดังอยู่
ค่อยๆบรรจงแย้มผ้าม่านอย่างช้าๆทีละน้อย
แล้วตาต่อตาก็มาประสาน
เจ้านกตัวเบ้งสีเหลืองตอง ตัวประมาณฟุต ที่กำลังกระพือปีกรักษาระดับความสูงที่ประมาณขอบหน้าต่าง
ก็ถอยผงะรักษาระดับเผดานบินเดิมไปเล็กน้อย ก่อนที่จะโผบินหนีไปอย่างตกใจ
พอๆกับเจ้าของห้องที่ทึ่งในขนาดเบ้งของเจ้าของเสียง
คว้าเปิดม่านเต็มๆมองหาว่าหนีไปทางไหน
แล้วกระโดดออกนอกห้องไปถาม maewpilar ว่าเห็นหน้าเจ้าของเสียงแว่ก! แว่ก! แว่ก! นี้หรือยัง
ชั่วครู่เจ้าตัวเดิมก็กลับมา จอดเกาะหน้าต่างเดิม ยืนสอดส่องสายตา พร้อมขยับหัวกระดึกกระดึก
เช็คความเคลื่อนไหวในห้องอย่างใคร่รู้
ตื่นแล้วจ๊ะ พอยื่นหน้าไปรายงาน คุณเธอก็รีบโบยบินหนีไปอีก
แล้วบินวนอยู่อีก 3-4 รอบ มาเกาะกิ่งไม้ใกล้ๆบ้าง มาส่องหน้าต่างอีกบ้าง

เช้าวันรุ่งขึ้น คุณพี่แกก็มามุขเดิม คราวนี้เห้นหน้าเห็นตากันมาแล้ว
ไม่หลงกล กระโดดตื่นลงจากเตียงมาเล่นซ่อนหากันแล้ว
ร้องได้ก็ร้องไป นอนดีกว่า

นับเป็นนกเจ้าใหม่ที่มาเยือน
ที่บ้านมีนกทั้งศิลปินเดี่ยวและเป็นกลุ่ม หลากพันธุ์ หลายกิจกรรม ซึ่งล้วนมากันเองตามธรรมชาติ

Tuesday, January 1, 2008

สวัสดีปีหนู



ขอให้ทุกๆวันของทุกคน
เริ่มต้นด้วยความสุขใจ
และบรรจบวันด้วยความสุขใจอีกเช่นกันคะ

สวัสดีปีใหม่