Wednesday, January 31, 2007

Tadao Ando



วันก่อนระหว่างหารูปที่ถ่ายไว้ แล้วไปเจอรูปร้าน hhstyle.com/casa นี้ ทำให้นึกถึง Tadao Ando
อีกแค่ 2 เดือน 21_21 sight ที่ Ando ออกแบบเช่นกัน ก็จะเปิดแล้ว
เห็นรูปภายในบางส่วนมาบ้างแล้ว สวยจัง เห็นว่าจะมีตั้งแต่สเก็ตซ์ โมเดล
รวมทั้งภาพเริ่มต้นโครงการจนเสร็จสมบูรณ์ ของ Ando แสดงตอนเปิดด้วยแล้ว
ส่วนนิทรรศการประเดิมงานแรกภายใต้หัวข้อ Chocolate ของ Naoto Fukasawa ก็แสนน่าสนใจ
แถม Suntory Museum of Art ที่อยู่ในโครงการ Tokyo Midtown เหมือนกันก็จะเปิดด้วยพร้อมๆกัน

ไม่ทราบว่ามีเศรษฐีท่านใดสนใจบริจาคเศษสตางค์ สร้างพิพิธภัณฑ์หรือแค่หอศิลปะสักแห่งสองแห่ง
ในบ้านเรา แก้เซ็งบ้างไหมค่ะ

Monday, January 29, 2007

Lift 'n' Peel!



วันก่อนเห็นน้องสาวใช้ความพยายามอย่างมากในการดึงผนึกฝาขนม ออกแรงดึงจนหน้าแดงหน้าดำ แล้ว
ที่ดึงก็ขาดผึง หันไปพึ่งมีดเจาะซะเลย ก็ยังลำเค็ญแทบแย่กว่าจะได้ทาน หลายคนที่เคยประสบปัญหาดึงเจ้าฝาฟอยด์ไม่ออก ไม่ก็ขาดระหว่างดึงเหมือนกัน คงเข้าใจดีถึงความหงุดหงิดใจ ยิ่งอยู่ในอารมณ์หิว ก็ยิ่งเจ็บใจ
ทำให้นึกถึงขวดแมคคาดาเมียของ Maunola เมื่อฝาพลาสติกเกลียวออก จะพบผนึกฝากระดาษกันอากาศอยู่อีกชั้น มันคือ lift 'n' peel ที่เป็นลิ้นแผ่นฟิลม์รูปเสี้ยววงกลมด้วยโครงสร้างสองชั้น ช่วยให้ดึงออกง่าย เกลี้ยงเกลาและสวยงาม ไม่ทิ้งร่องรอยการฉีกขาด ให้กวนใจกวนมือ ยามหยิบขนม สร้างประสบการณ์ความประทับใจที่แสนแตกต่าง ได้ใจจริงๆ ชื่นชมและขอบคุณคนช่างคิดช่างผลิต ที่ประยุกต์หลักวิทยาศาตร์มาช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องเล็กๆน้อยๆใกล้ตัวเรา

*lift 'n' peel นี้ เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Unipac แห่งแคนาดา

Friday, January 26, 2007

Uniqlo Soho



Uniqlo Soho นี่ก็ผลงานของ Wonderwall อีกเช่นกัน ชอบเจ้าผนังเรียงเสื้อเป็นตับตั้งแต่พื้นจรดเพดานสูง
ราว 6 เมตร สะท้อนความเป็นยุนิขุโระที่ใช้หน้าร้านเป็นสต็อคอยู่ในตัว แล้วยังเป็น vmd ที่แสนมี impact แต่น้ำตาเล็ดแทนคนจัดที่ต้องคอยดูแลให้สินค้าเรียงแถวสวยอยู่เป็นนิจ ดูง่าย เป็นระบบก็จริง ความยากเลยไปอยู่ที่ความเนี้ยบ ตั้งแถวโย้หรือเป๋ไม่เสมอ ก็หมดกัน ไหนจะต้องคอยปัดฝุ่นไม่ให้จับเขรอะ (เอ...ฝุ่นนิวยอร์คนี่ เยอะหรือเปล่าหนอ?) เห็นรูปเจ้าหน้าที่อาศัยไฮโดริคขึ้นไปจัดตอนร้านยังไม่เสร็จ ไม่รู้ว่าร้านเปิดแล้ว ใช้อะไรปีน?

ส่วนเหล่ากองทัพหุ่นที่ยืนเรียงเป็นสิบๆในผนังกระจกใส แม้จะทำให้นึกถึง Louis Vuitton ที่ Roppongi hills อยู่บ้าง แต่ก็สร้างพลังอลังการได้ดี นี่ก็เหนื่อยตอนเปลี่ยนชุดอีกน่าดู ไม่ใช่แค่จำนวน แต่ต้องเลือกชุดในธีมเดียวกันที่แสดงถึงความหลากหลาย ดูน่าเตะตา สร้างแรงบันดาลใจและน่าซื้อ ก็หุ่นตัวหนึ่งไม่ได้ใส่แค่เสื้อกับกระโปรงหรือกางเกง ยังต้องมีเครื่องประดับ-- กระเป๋า,รองเท้า,แว่นตา,ผ้าพันคอ ฯลฯ แถมเปลี่ยนทุกอาทิตย์หรือเปล่าก็ไม่รู้ แหมสนุกจัง

Uniqlo บุกอเมริกาด้วย global flagship store ที่ Soho เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กับพื้นที่ 3,300 ตารางเมตร มีถึง 3 ชั้น ที่ Uniqlo ระดมทีมมันสมองมาสร้างภาพพจน์ให้ดู stylish ต่างจาก Uniqlo ที่ญี่ปุ่น ทำเอานิวยอร์เกอร์เดินถือถุงโลโก้สีแดงกันเพียบ คล้ายเมื่อหลายปีก่อนในญี่ปุ่นที่ Uniqlo ฮิตถล่มทลายเมือง แต่ต่อมาก็ดิ่งตกวูบ จนไม่มีใครกล้าถือถุง Uniqlo อีก ทำให้ต้องแก้เกมพลิกสถานการณ์งัดกลยุทธ์สารพัน จนถึงแผนใหม่ล่าสุด ตีป่าใหญ่ บุกตลาดโลกที่ Soho นี้ดูจะได้ผล ไม่เหมือนกับคราวที่ไปเปิดสาขาที่อังกฤษเมื่อปี 2001 แถมก่อนเปิดยังปูพรมเร้าความสนใจด้วยเหล่า container shop ตามจุดต่างๆในเกาะแมนฮัดตันเป็นเดือน นอกจากนี้ยังมีสินค้า original เฉพาะที่สาขา Soho อีกด้วย เป็นทีเชิ้ตที่ออกแบบโดยเหล่าดีไซน์เนอร์ดังๆ ส่วนโลโก้สำหรับ global ก็ยังปรับใหม่แยกใช้ต่างจากในญี่ปุ่น

Monday, January 22, 2007

Wonderwall of Bape Kids



photo: Kozo Takayama

ติดตามผลงานของ Masamichi Katayama แห่ง Wonderwall มานานหลายปี
แล้วหนึ่งในผลงานล่าสุด Bape Kids ก็ทำให้ได้อมยิ้ม ชอบตรงช่องหน้าต่างเล็กๆด้านข้างของร้าน ที่จงใจเจาะไว้ในระดับความสูงของเด็กให้แอบดูโลกมหัศจรรย์ภายใน เชื่อว่าใครๆที่เดินผ่านก็คงอดไม่ได้ ที่จะหยุดแอบส่องดูว่าในร้านเป็นอย่างไร แล้วคงต้องแอบยิ้มเมื่อมองผ่านกระจกลายโลโก้ Bape เห็นสระที่เต็มไปด้วยกล้วยหอมปลอมนุ่มๆหลากสีสดกลางร้าน สมเป็น wonderwall จริงๆ

Bape/Nigo นับเป็นปรากฏการณ์อีกรูปแบบของแฟชั่นญี่ปุ่น ผู้มีวิถีการตลาดอันชาญฉลาด สร้างความกระหายในสินค้าของเขาแก่ผู้คนมากมายในโลก มีวัยรุ่นมากมายยืนต่อเป็นแถวยาวเยียดอย่างอดทน จนต้องขอร้องให้คนหนึ่งซื้อได้อย่างละชิ้นและเฉพาะไซส์ของตนเอง เพื่อสกัดตลาดมืด กลยุทธ์ในตำราพิชัยยุทธการตลาดของ Nigo มีหลายกระบวนนัก ส่วนใหญ่มาจาก insight ของคน
อย่างชื่อ A Bathing Ape ที่แสนประชดประชันมาจากการเปรียบเปรยหมายถึง ความรักสบายเหมือนการอาบน้ำอุ่นๆ หรือนำความทรงจำ/ความฝัน/ความสุขแห่งวัยเด็กมาใช้อย่างน่าหยิก อย่างร้าน Milo หรือ BBC แม้ชื่อฉายาจะแปลว่าเบอร์สอง (เพราะหน้าคล้ายกับ Hiroshi Fujiwara ดีเจ/ดีไซน์เนอร์รุ่นใหญ่--หน้าเหมือนกันจริงๆ ยังเคยจำสลับกันอยู่บ่อยๆ) แต่อาณาจักรของเขาก็ไม่รองใคร

Friday, January 19, 2007

Gucci Ginza



Gucci ได้ฤกษ์เปิด flagship store ตึกแรกในโลกที่เป็นตึกของกุชชี่เองที่กินซ่า โตเกียว ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังจากที่แบรนด์อื่นๆตบเท้าสร้างตึกหรูอลังการไปก่อนหน้าจนเกือบหมด ตั้งแต่ Hermes, Louis Vuitton, Dior, Prada, Chanel เป็นต้น แล้วก็สมเป็น Gucci ภายใต้ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนล่าสุด Frida Giannini สร้างสรรค์ตึกออกมาได้ สวยโก้คลาสสิคแต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัย ชื่นชมการใช้สีและแสงของตึกนี้มากที่สุด สีเงินและทองที่เป็นสีธีมของตึกนั้น อยู่ในเฉดที่แสนโก้ ประกอบกับการเล่น/วางแสงธรรมชาติที่ทำให้ดูแสนอบอุ่นและนุ่มนวล

สีทองเฉดสวยๆ ทำให้ดูหรูอย่างมีสไตล์ นับเป็นเรื่องของการรู้จักเลือกน้ำหนักเฉดสี, ปริมาณ
รวมทั้งการใช้ให้ดี เหมือนกับผนังสีทองของคาเฟ่ กุชชี่ กินซ่าที่ชั้น 4 ที่ให้ความรู้สึกถึงแสงอันอบอุ่นแห่งประกายดวงอาทิตย์ สะท้อนคอนเซ็ปต์ กล่องแห่งแสงสว่าง

Gucci Ginza ที่มีถึง 8 ชั้นนี้ ประกอบด้วยกระจกกุชชี่สีบรอนซ์ที่ออกแบบพิเศษมีพื้นผิวเป็นริ้วเส้นคลื่นลายทางประกบด้วยกระจกใส แล้วขั้นด้วยไฟเบอร์นำแสง ตบท้ายชั้นในสุดด้วยแผ่นตาข่ายเงิน ทำให้แสงที่กระทบตัวตึกสะท้อนให้อารมณ์ที่แตกต่างตามเวลา, มุมและพื้นที่ อาศัยแสงอาทิตย์ส่องสว่างสร้างสรรค์ความงามแก่ตึก (ไม่ใช่เคลือบปรอท สะท้อนออก สร้างความเดือดร้อนแก่คนรอบๆ)

นับเป็นทองแท้ ทั้งจากสี และความคิด

Wednesday, January 17, 2007

how to tie a rope



โบราณว่า เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้
ซึ่งถ้ารู้/ศึกษาวิธีผูกให้ดี อย่างถูกวิธี เวลาจะแก้ก็ย่อมไม่ยาก
แถมที่จริงเราผูกเพื่อที่จะแก้นั่นเอง

เมื่อเดือนก่อน สะดุดตากับ นิตยสารประกอบรายการเพื่อการศึกษาของ NHK เกี่ยวกับวิธีการผูกเชือก ที่ร้านหนังสือคิโนะคุนิยะ ก็รีบคว้า(ซื้อ)กลับบ้านทันที ด้วยชอบศิลปะการผูกเชือกของญี่ปุ่นอยู่แล้ว แต่เล่มนี้เป็นวิธีการผูกเชือกแบบเป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การผูกตั้งหนังสือพิมพ์ ผูกกล่องพ้สดุ/สัมภาระ ผูกราวตากของ ผูกรั้ว ผูกโน่นผูกนี่สารพัน แม้แต่เป็นที่รองแก้วก็ยังได้ ในการผูกแต่ละแบบ ก็แตกต่างกันตามวัตถุประสงค์การใช้งาน และล้วนมีความหมายทั้งสิ้น แถมบางอย่างก็มีความหมายแฝง เช่นการผูกแบบหลังเต่า ที่ยังเหมาะสำหรับห่อของขวัญ สื่อความหมายที่ดีอีกด้วย ปีใหม่ที่ผ่านมาจึงได้ประเดิมผูกของขวัญให้หลายคน

ประวัติคุณลุงโคะกุเระ มิคิโอะ ผู้สอนก็แสนน่ารัก จากภาพยนตร์เรื่องทาร์ซานที่ดูตอนประถม นำพาคุณลุงให้สนใจและสนุกสนานกับการผูกเชือกตั้งแต่นั้น ต่อเนื่องให้เรียนรู้วิธีการผูกเชือกที่ถูกต้องแบบของลูกเสือ และพัฒนาฝึกฝนมาเรื่อยๆ มุ่งมั่นเป็นเซียนแห่งการผูกเชือก จนได้ก่อตั้งสถาบันวัฒนธรรมการผูกเชือกขึ้นในปี 2000

ชื่นชมในวิถีความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังแบบนี้จริงๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องเก่งในเรื่องใหญ่ๆ แต่เป็นผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริง ในเรื่องที่เราชอบเราสนใจ แม้เป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตาม

Monday, January 15, 2007

Muji in Bangkok



หลังจากที่ลือกันมานานว่า muji จะมาเมืองไทย ในที่สุดเซ็นทรัลก็เป็นผู้เกี่ยวแขนมาเปิดประเดิมที่ชิดลมเมื่อปลายพฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามติดๆมาด้วยสาขาที่เซน ทำให้ดีใจลิงโลดเป็นยิ่งนัก เมื่อมีเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยปลายยุค 80s โน้นมาอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่ทราบว่าเพื่อน Muji คนอื่นจะเป็นเหมือนกันหรือไม่ แม้ว่าจะมาเกือบครบทุกไลน์สินค้า แต่ก็ไม่รู้จะซื้ออะไร ได้แต่มีความสุขที่มีมึจิขายในกรุงเทพ ขอหมวดอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้ามาหน่อยซิคะ

Saturday, January 13, 2007

mos burger is coming to town!



เบอร์เกอร์? ฟาสฟู้ด! แม้จะแสนเชยในยุคนี้
บางที เราก็ต้องพึ่งอาหารจานด่วน และส่วนตัวก็ชอบ MOS burger
ชอบชื่อที่ย่อมาจาก Mountain, Ocean และ Sun
MOS burger เปืดสาขาแรกในปี 1872 และเป็นผู้บุกเบิก teriyaki burger ในปีต่อมาและยังเป็นต้นตำรับขาย rice burger ที่โด่งดังมาตั้งแต่ในปี 1987 โน่น ในบรรดาร้านเบอร์เกอร์ในญี่ปุ่น MOS burger ดูจะมีภาพพจน์ที่แข็งแกร่งในด้านความมีสุขภาพ จากความใส่ใจในวัตถุดิบส่วนผสมที่ใช้ เช่น ผักออร์แกนนิคที่อุดมด้วยธาตุเหล็ก ขนมปังจมูกข้าว น้ำมันสุขภาพ เป็นต้น หลังจากเปิดสาขาที่ไต้หวันและสิงคโปร์มาตั้งแต่ในยุค 90s โน่น MOS burger ก็เพิ่งจะกลับมาขยายสาขานอกญี่ปุ่นอีกครั้ง โดยเปิดสาขาแรกในฮ่องกงเมื่อตุลาคมปีที่แล้วและที่กรุงเทพเร็วๆนี้ ในเซ็นทรัล เวิล์ด พลาซ่า
คงต้องดูต่อไปว่าจะถูกปากถูกใจคนไทยหรือไม่

Otokomae Tofu



สมัยเล็กๆก็ไม่ได้ชอบเต้าหู้นัก จนไปเรียนที่ญี่ปุ่นเลยมีโอกาสได้ทานเต้าหู้อร่อยๆ ในหลากหลายรูปแบบ รสชาติเต้าหู้ที่ดีนั้นแสนแตกต่างจากเต้าหู้หลอดเสียนี่กระไร เพราะช่างหวานนัก อร่อยนุ่มลิ้น ไร้กลิ่นหืนใดๆ ยิ่งเป็นเต้าหู้สดที่ทำวันต่อวันจะยิ่งอร่อยสุด ปัจจุบันจึงกลายเป็นหนึ่งใน tofu lover ไปซะแล้ว

พูดถึงเต้าหู้ทำให้นึกถึงยี่ห้อเต้าหู้ของ Sanwa Toyu ที่ฮิตอย่างมากในญี่ปุ่นช่วงปีที่ผ่านมา ด้วยกลยุทธ์การตั้งชื่อที่แปลกแหวกตลาด สร้างให้คนจดจำ ดึงดูดความสนใจ อย่าง kaze ni fukarete tofuya Johnny จอห์นนี่ เต้าหู้เจ้าวายุ และ otokomae tofu แปลเป็นไทย ก็ประมาณ เต้าหู้สมชายชาตรี (แมนมากๆ) ฟังแล้วชวนให้เห็นภาพชายหนุ่มมาดเข้มเด็ดขาด แต่แฝงความสุภาพสมเป็นเต้าหู้ เอ...รสชาติจะเป็นยังไงหนอ จะเข้มสมชื่อไหมเอ่ย
ส่วนชื่อจอห์นนี่ เต้าหู้ญี่ปุ่นอะไร ชื่อเป็นฝรั่ง ฟังดู funky ท่าทางจะเป็นวัยรุ่นย้อมผมทอง ลื่นไหลปรู๊ดปร๊าดน่าดู วันหยุดคงชอบเล่นวินเสริฟ์แหงๆ

ท่านประธานบริษัท Shingo Ito ผู้สืบทอดกิจการรุ่นที่สอง สร้างกระแสความสนใจใคร่รู้ ด้วยชื่อแปลกๆนี้ จนกลายเป็น buzz จาก webblog กระจายสู่ทั่วทั้งดินแดนอาทิตย์อุทัย ให้ต้องหามาลิ้มชิมรส แล้วก็ต้องทึ่งในความเข้มข้นสมชื่อ เรียกว่า"แน่" ทั้งชื่อและ "แน่น" ในคุณภาพ ด้วยการใช้วัตถุดิบชั้นดี ถั่วเหลืองคัดจากฮอกไกโด ดีเกลือจากโอกินาวะ แถมในบางขั้นตอนการผลิตที่ปัจจุบันทั่วไปใช้เครื่องจักร ก็กลับมาใช้คน เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นมากที่สุด จากบริษัทขายเต้าหู้ 100 เยนที่กิจการง่อนแง่น กลายมาเป็นผู้ผลิตเต้าหู้มีระดับ ขายในราคาสูงกว่าทั่วไปถึง 3 เท่า อยู่ที่ราคา 300 เยน แล้วยังสร้างยอดขายถล่มทลาย เป็นปรากฎการณ์ใหม่แห่งธุรกิจเต้าหู้ จนตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาในนาม Otokomae Tofu เลยทีเดียว ทั้งๆที่ธุรกิจเต้าหู้ในญี่ปุ่นนับวันจะถดถอย ล้มหายตายจากไปด้วยพิษการตัดราคาของเหล่าซูเปอร์มาร์เก็ต

Otokomae Tofu ยังไม่หยุดยั้งปฎิบัติการณ์อันแหวกแนว ทุ่มเทใน website ของบริษัท
อย่างเต็มที่ในการเสริมสร้างภาพลักษณ์ให้แข็งแกร่งสุดๆ กับภาพเหล่าคาแร็คแตอร์ขาวดำกับลีลายียวนสมเป็นเต้าหู้ยุคใหม่ เพลงประกอบก็สุด funk แถมยังขายสินค้าโปรโมชั่นดีไซน์เท่ๆอีกด้วย และแน่นอนว่าย่อมมีเต้าหู้เวอร์ชั่นใหม่ๆชื่อแปลกในเครือออกตามมากมาย
ดู website แล้วทำให้เห็นว่าภาพที่คาดไว้จากชื่อนั้นไม่ต่างกันเลย
แมนมากๆเลยพี่!