Sunday, April 29, 2007

The great painters



เสน่ห์อย่างหนึ่งของชิบุยะ ก็คือ เจ้ากำแพงภาพ(วาด)โฆษณา
เป็นสิ่งหนึ่งที่ยังคงอยู่ไม่เปลี่ยนคู่กับชิบุยะแห่งนี้ มาหลายสิบปี
แม้เทคโนโลยี่จะล้ำหน้าไปแค่ไหน กำแพงเหล่านี้ก็ยังคงเป็นเสมือนผืนผ้าใบผืนยักษ์
ให้เหล่าศิลปินได้วาดภาพโฆษณากันสดๆ จะๆ เป็นฝีมือล้วนๆ
ของแท้ที่แสนน่าทึ่ง ประทับจิตประทับใจมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือโน่น
คราวนี้ก็อดไม่ได้ที่จะโฉบไปใกล้ๆชื่นชมการทำงาน
พร้อมแอบดูโพยที่อยู่ในมือท่านๆ ที่มีเพียงภาพกับรอยดินสอตีสเกลเอาไว้
โอ้...แม่เจ้า!
สายตา ฝีแปรง และฝีมือ
เป็นเสน่ห์ที่คอมพิวเตอร์หรือพริ้นเตอร์ใดๆ ไม่มีวันทำได้

Thursday, April 26, 2007

Isetan Food Floor

isetan-sweet11.jpg

อีกที่หนึ่งที่ทำเอาตาลายวิงเวียนจะเป็นลมล้มพับไปกับสุดยอดความสุนทรีย์ในแง่ของอาหารและขนมในทริปที่ผ่านมา ก็คือ Isetan Shinjuku ที่เปิดศึกรื้อยกแผงแผนกอาหารที่ชั้น B1 ให้กระอักความสุนทรีย์และทึ่งในฝีมือและพลังของฝ่ายวางแผนและฝ่ายบริหาร สมกับเป็นอิเซตัน ชินจุกุจริงๆ แม้ยังไม่เสร็จทั้งหมด (คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนมิถุนายนนี้)

การปรับแผนกอาหารในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในขบวนการปรับทั้งห้างขนานใหญ่รับสายรถไฟใต้ดินสายใหม่ที่จะมีสถานีที่ตรง Shinjuku 3-chome นี้พอดี จากการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ Isetan Men's แผนกอาหารจึงได้รับการปรับยกระดับให้เหมาะสมเทียบเคียงกับรสนิยมของลูกค้าฝั่ง Isetan Men's (พร้อมๆกันนี้ได้ยกเครื่องแผนกกระเป๋ารองเท้าสตรีไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งออกมาสวยหรูเช่นกัน)

isetan-sweet1.jpg

ไม่เพียงรูปลักษณ์หน้าตาของแผนกที่เปลี่ยนแบบพลิกฝ่ามือ ที่สำคัญนั้นคือ ยกระดับสินค้าและบริการหนีห้าง อื่นๆไปไกล (จนบางทีอาจไกลไปหน่อยด้วยซ้ำ)ด้วยการคัดสรร ร่วมมือพัฒนาแต่สุดยอดของแต่ละประเภทแต่ละเจ้ามาแบบมีที่นี่ที่เดียว ประกอบกับวิธีการนำเสนอ visual presentation ที่สุดยอดแห่งความมีรสนิยม ยิ่งทำให้เหมือนอยู่ในโลกอันแสนสุข มีชีวิตรื่นรมย์กับแต่อาหารขนมชั้นเลิศ จนต้องเรียกตัวเองกลับสู่ความจริงให้ตื่นจากภวังค์

อย่างไรก็ตามเป็นสถานที่ที่เหมาะต่อการโอบล้อมตัวเองให้ฟุ้งไปกับความอร่อยน่ารับประทานในบรรยากาศอันแสนสุนทรีย์ สร้างความสุขแม้เพียงด้วยการเดินเวียนชม (จะได้ไม่เปลืองสตางค์)

ความพิเศษนั้นมีมากมาย รวบรวมร้านระดับเซียน ทั้งที่หาซื้อได้ที่นี่ที่เดียว หรือ เวอร์ชั่นพิเศษต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย อาทิเช่น
ameya-eitaro1.jpg

Eitaro เจ้าขนมญี่ปุ่นเก่าแก่กว่า 150 ปี หันมาทำร้านเวอร์ชั่นพิเศษ Ameya Eitaro ขายน้ำเชื่อมหลากชนิด ให้ได้ลิ้มรสในรูปแบบใหม่ ใส่ขวดทำเท่ดูคล้ายกับขวด extra virgin oil หรูๆ จะทา/จิ้มขนมปังก็เก๋ไปอีกแบบ

isetan-sweet3.jpg

ด้านขนมฝรั่งก็จับสุดยอดของฝรั่งเศสมาเรียงหน้ากระดานติดกัน (ว่ากันว่าถ้าเป็นที่ฝรั่งเศส 3 คนนี่ไม่มีวันตั้งร้านเคียงชิดกันแน่นอน แถมวันเปิดร้านต้องกัดฟันยิ้มถ่ายรูปด้วยกันอีก)

isetan-sweet4.jpg

rf1-pasala.jpg
ข้างฝั่งอาหารปรุงสำเร็จนั้นมีธีมว่า healthy conscious มีเมนูพิเศษมากมาย อาทิ RF-1 ส่ง Pa・Sa・Ra สลัดที่เรียงชั้นสุดสวยในโถใส ที่เพียงคว่ำใส่จานก็จะเรียงตัวกันเหมือนดั่งเชฟจัดเรียงให้

เฮ้อ!

Monday, April 23, 2007

Nadiff



ใจหายนิดหน่อยเมื่อทราบข่าวว่าหนึ่งในร้านหนังสือประจำ Nadiff ที่ Omotesando จะปิดร้านในสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้ เนื่องจากตึก Casolare ที่ร้านตั้งอยู่ จะถูกทุบทิ้งสร้างใหม่

Nadiff เป็นร้านหนังสือแนวศิลปะ ที่ไม่เพียงมีเซเล็คชั่นดีๆ ยังมีพื้นที่แกลเลอรี่ รวมทั้งขายพวก art goods แถมด้วยพื้นที่คาเฟ่เล็กๆอีกด้วย ดั้งเดิมก่อนจะมาเป็น Nadiff นั้น ต้นกำเนิดมาจากร้านหนังสือศิลปะที่ชื่อ Art Vivant ในห้าง Seibu Ikebukuro แล้วย้ายมาตั้งหลักปักฐานในชื่อใหม่ New Art Diffusion หรือ Nadiff ที่ Omotesando นี้เมื่อสิบปีก่อน

(จำได้ว่าเป็นขาประจำแวะเวียนเดินดูหนังสือสวยๆที่ร้านนี้มาตั้งแต่อยู่ที่เซบุ อิเคะบุขุโระ สมัยที่ยังไม่เป็น Nadiff โน่น ดึกดำบรรพ์จริงๆเรา)

แต่ยังใจชื้นเพราะทางร้านเตรียมหาที่ใหม่และจะเปิดร้านใหม่พร้อมกับชื่อใหม่ภายในปีนี้ (แม้ตอนนี้ Nadiff จะมีสาขาอยู่ที่อื่นๆด้วย แต่ก็ไม่เหมือนตรง Omotesando นี้)

Sunday, April 22, 2007

Tokyu Hands goes to Ginza

tokyu-hands.jpg

Tokyu Hands จะบุกไปเปิดสาขาที่กินซ่าเป็นครั้งแรกในตึก Marronnier Gate ที่คาดว่าจะเปิดในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ โดยจะใช้พื้นที่ชั้น 5 ถึงชั้น 9 กับ Tokyu Hands ในรูปแบบใหม่ เน้นการยกระดับคุณภาพในสิ่งรอบๆตัวและวิถีชีวิต พร้อมๆ กับการนำเสนอสินค้าที่ตอบรับรสนิยมแบบกินซ่า งานนี้มุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มคุณผู้หญิงเป็นหลัก (ก็กินซ่าเป็นแหล่งชอปปิ้งของเหล่าคุณนายคุณหนูนี่คะ) นับเป็นหนึ่งในหลายเจ้าที่หันมาเล็งเข้าเจาะตลาดบนพื้นที่"เงิน"แห่งนี้

สำหรับ Marronnier Gate เป็นตึกใหม่ตั้งอยู่ข้างๆห้าง Printemps บน Marronnier dori ถนนที่มีบูติคหรูๆ หลายร้าน เช่น Mikimoto Ginza2, Bottega Veneta, Cartier, Chanel เรียงรายอยู่ และด้วยความที่ตั้งอยู่ปากตรอก พอดี จึงใช้ชื่อตึกว่า Marronnier Gate ซึ่งคาดว่าจะเป็นประตูหน้าด่านใหม่อีกด้านในการดึงคนเข้ามาจากสถานีรถไฟ JR Yurakucho และสถานีรถไฟใต้ดิน Ginza ที่อยู่แสนใกล้

Tokyu Hands เป็นห้างที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องของ DIY ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1976 ขายของใช้ในวิถีชีวิตประจำวันแทบทุกชนิด ที่โดดเด่น ได้แก่ อุปกรณ์งานฝีมือต่างๆ ที่มีสารพัดสารพันอย่างน่าทึ่ง สมกับเป็น creative life store

Friday, April 20, 2007

Elliott Erwitt "Personal Best Personal Choice"

bod_img_01.jpg

งานนิทรรศการภาพถ่ายของElliott Erwittที่ Chanel Nexus Hall ในตึกชาแนลที่กินซ่า ชั้น 4

Elliott Erwitt "Personal Best Personal Choice" เป็นงานแสดงภาพถ่ายจากหนังสือเล่มล่าสุดของ Erwitt ที่เขาคัดสรร Best ของเขามารวมกัน ในงานยังมีเหล่าเซเล็บบริตี้อีก 50 กว่าคน (ส่วนใหญ่เป็นญี่ปุ่น) ที่เป็นแฟนผลงานของ Erwitt นำทีมโดย Takeshi Kitano มาเลือกภาพ Personal Best ส่วนตัวของแต่ละคนอีกด้วย

bod_img_03.jpg
I looked at this photo album so many times.
I personally like all of them.
It would be rude if I just chose some of them.
It's like I am choosing a grain of rice from a nice Sasanishiki.
(Takeshi Kitano)

* Sasanishiki เป็นพันธุ์ข้าวชั้นยอดของญี่ปุ่น

พร้อมโปรโมชั่นไฮโซสุดพิเศษที่ตรงผู้เข้าชมนิทรรศการในวันแรก (6 เมษา) และวันที่สอง (7 เมษา) จะได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมใน photo session โดย Elliot Erwitt สำหรับผู้ที่ได้รับการค้ดเลือกต้องนำ Chanel อะไรก็ได้ของตัวเองมาเพื่อการถ่ายภาพด้วย ภาพจะได้รับการเผยแพร่ในเว็บไซต์ของ Chanel Ginza และภาพทั้งหมดจะเป็นลิขสิทธิของ Elliot Erwitt

นิทรรศการมีจนถึงวันที่ 6 พฤษภาคมนี้ (ไม่เสียค่าเข้าชม)

Elliot Erwitt เกิดที่ฝรั่งเศสในปี 1928 เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Magnam ตั้งแต่ยังหนุ่มด้วยอายุเพียง 25 มีผลงานมากมายตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ตามประวัติเขาว่า Erwitt นั้นรักเด็กและน้องหมามาก

Tuesday, April 17, 2007

Muji Tokyo Midtown


กลับมาที่ Muji Tokyo Midtown อีกครั้ง


Muji Tokyo Midtown นี้เป็นเวอร์ชั่นหรู เน้นที่คุณภาพ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้มีสุนทรีย์ในชีวิต (และกระเป๋าตุง) จึงมีสินค้าบางชนิดทำพิเศษเฉพาะที่นี่เท่านั้น ในแบบราคาไม่เกรงใจกัน

จุดเด่น ได้แก่เฟอร์นิเจอร์ใช้ชื่อว่า real furniture ชูคุณภาพ ใช้ไม้โอ้ตแท้ๆ เน้นงานฝีมือ โดยที่ไม่ย่อขนาดให้เหมาะกับอพาร์ทเมนต์เล็กๆ (พวกที่ขนาดไม่กี่เสื่อ ถอยไป) เป็นขนาดไซส์เต็ม เตียงขนาดคิงไซส์ โซฟาก็ยาวเต็มที 2 เมตรกว่า (ไม่รู้ว่าเป็นผลพวงจากการเข้าไปซื้อกิจการ Idee ร้านเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังเมื่อปลายปีก่อนด้วยหรือเปล่า) และแน่นอนแต่ละตัว ราคาก็แสนกว่าเยน เก้าอี้อย่างย่อมเยาก็ยังหลายหมื่นเยน


นอกจากเฟอร์นิเจอร์ก็ยังมี homeware และพวกแก้วถ้วยชาม ชนิดที่เน้นคุณภาพ/งานฝีมือเป็นสำคัญ


ชีวิตสุนทรีย์ปานนี้ ก็ต้องจิบไวน์ ทั้งไวน์ขาว แดง หรือชอบแบบโรเซ่ muji ก็จับมาเป็น glass wine ให้คุณ


แต่สินค้าปกติก็มีครบครัน (ในภาพ เป็นเครื่องประทินผิวเฉพาะของหนุ่มๆ
muji ก็ไม่พลาดเซ้กเมนต์นี้กับเค้าด้วย)


ของแถมช่วงฉลองเปิดร้าน เป็นกระเป๋าผ้าน่ารักนี้ ได้มาใบหนึ่ง

Sunday, April 15, 2007

21_21 design sight



เป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของทริปนี้ คือ 21_21 design sight
สวยสมกับงานที่เป็น Ando แท้ๆ (หลังจากแอบผิดหวังกับ Omotesando Hills)
งานนี้ เอกลักษณ์การเล่นแสงธรรมชาติ เล่นมุม ช่องแสงต่างๆ เฉียบคมเช่นเดิม
จำได้ว่า Ando บอกว่าชอบทำงาน public space มากที่สุด และงานที่เป็น public space ก็ล้วนแต่สุดยอดทั้งนั้น (แค่ Church of the Light ก็เกินที่จะบรรยายใดๆได้)

ภายในเป็นนิทรรศการแสดงความยากลำบากกว่าจะสร้างงานนี้เสร็จ แถมด้วยงานในอนาคตอย่างสถานีชิบุยะ ที่เตรียมรองรับรถไฟใต้ดินสายใหม่ Fukotoshinsen ที่จะเชื่อม ikebukuro, shinjuku และ shibuya เข้าด้วยกัน (สวยน่าสนใจมากเช่นกัน)



ตึกนี้มีเพียง 2 ชั้น แค่ชั้นบนดินและชั้นใต้ดิน (70% ของพื้นที่นั้นอยู่ใต้ดิน - สไตล์โปรดของ Ando) แต่สร้างความสวยงาม น่าทึ่ง ใช้สอยประโยชน์มากมาย และส่วนหนึ่งในเบื้องหลังงานสวยๆนี้ ต้องคารวะงานฝีมือล้วนๆของช่างก่อสร้างชั้นเซียน ที่เก็บงานละเอียดสุดเนียนเนี้ยบ


ความเนียนของหลังคา ที่มาจากคอนเซ็ปต์ a piece of cloth นำมาสู่ a single sheet of steel


ลายเซ็นแท้ๆ ของ Tadao Ando

21_21design-sightnissan.jpg

21_21 Q foods&goods ร้านขายของที่ระลึกด้านนอก ที่ร่วมมือกับ Nissan ได้แรงบันดาลใจมาจากรถ Nissan Cube คันหนึ่งขายของที่ระลึก อีกคันขายกาแฟกับขนม


อ่างล้างมือในห้องน้ำ ออกแบบเหมือนหลังคาเลย

Friday, April 13, 2007

Tokyo Midtown 2


ไป roppongi กันต่อ


Fragment no.5 ออกแบบโดย Florian Claar เป็น artwork ใน midtown garden ได้ตำแหน่งที่วางที่ดีมาก โดดเด่นจากทั้งมุมใกล้และไกล แม้มองจากในตึกก็ยังเห็น แถมจะได้มุมที่สวยต่างไป


งาน installation ของเซียนอิเคะบะนะ Takenaka Reiko ที่วาดลายเส้นไม้ไผ่ไว้อย่างงดงามในตู้กระจกทอดยาวถึง 50 เมตรช่วงเชื่อมต่อทางเดินจากรถไฟใต้ดินที่จะมา Midtown


smoking area
เป็นพื้นที่สูบหรี่ที่สวยหรูสุดๆ (ภายใน midtown ห้ามสูบบุหรี่)


seven-eleven
ว้าว สีหายไป


okawari.jp
ฟู้ดคอร์ทแสนสวย บริการตั้งแต่อาหารเช้าจรดเย็น ข้างในจัดแสงได้สวยมาก


dog days
ร้านเมกะสโตร์สำหรับคุณน้องหมา มีสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพและเสริมความงามอย่างครบเครื่อง


muji
เวอร์ชั่นหรูของ muji


Coppola's vinoteca
ไวน์และไวน์และไวน์เรียงรายเต็มทั้งที่พื้น ผนัง และเพดาน

Thursday, April 12, 2007

Tokyo Midtown 1



วันก่อนได้ไปเดินท่อมชม Tokyo Midtown หลังวันเปิดได้ไม่กี่วัน ที่จริงเป้าหมายหลักอยู่ที่ 21_21 Design Sight ตอนแรกก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ดูจากเว็บไซต์ก่อนโครงการเปิดก็เป็นตึกๆ รูปแบบก็คล้ายๆกับ Roppongi Hills แต่กลับรู้สึกชอบและกระอักในความสุนทรีย์ที่ฟุ้งไปทั่วทุกอณูของ Tokyo Midtown แห่งนี้อย่างมาก

midtown1.jpg

ชอบการออกแบบที่ลงตัว ไม่ดูโอ้อวด เลือกใช้และวางจังหวะวัสดุได้อย่างงดงาม แม้จะเป็นการชุมนุมทำงานของหลายบริษัทและสถาปนิกระดับโลกหลายคน กลับไม่รู้สึกสะดุด หรือแปลกแยก ทั้งๆที่แยกกันรับผิดชอบกันคนละโซน มีแต่ความสุนทรีย์ที่เลื่อนไหลต่อเนื่องได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีใครข่มใคร ต่างคนต่างต้องโค้งให้กันและกันทีเดียว เส้นสายลายทางที่ใช้อยู่ทั่ว ดูเรียบ แต่สร้างมิติ ต่างจาก Roppongi Hills ที่ดูตั้งใจแสนดีไซน์และดีไซน์


ชื่นชมกับ landscape design ที่รับผิดชอบโดย EDAW, Inc. ช่างสร้างความรู้สึกกลมกลืน เหมือนโอบล้อมด้วยธรรมชาติในทุกมุมของโครงการ ไม่รู้สึกอึดอัดในความเป็นหมู่ตึกแม้แต่น้อย


ถูกใจกับรั้วไม้ที่เป็นม่านพรางตาเจ้าเครื่องแอร์


แถมบางจุดยังเพิ่มริ้วหมู่ไม้ กวาดสายตาไปผาดๆ แทบจะไม่รู้สึกเลยว่ามีเครื่องจักรวางอยู่


ส่วนภายในตึก มุขภาพ graphic สีเขียวกับริ้วไม้ กลับทำให้รู้สึกถึงความเขียวชะอุ่มได้อย่างน่าแปลกใจ


ในโครงการมี artwork อยู่หลายชิ้น แต่จับใจกับของเล่นในสวนน้อยๆมากที่สุด ทั้งไม้กระดานลื่น ตาข่าย
สแตนเลส และชิงช้า ออกแบบโดย Takasuka Masashi ที่ใช้แรงบันดาลใจจากรูปแบบลวดลายดั้งเดิมของญี่ปุ่น อย่างตาข่ายสแตนเลส ก็มาจากรูปคลื่นและเมฆ
(มัวแต่หันไปหันมาดูเด็กเล่นเพลิน จนลืมถ่ายรูปชิงช้าไป)


เด็กที่ได้เล่นของเล่นสวยๆอย่างนี้ โตขึ้นจะมีรสนิยมอย่างไงน้า


ขอโทษมีลายเซ็นศิลปินด้วยนะคะ