Wednesday, May 26, 2010

หมัก



หมัก (กริยา) - แช่ไว้ เก็บทิ้งไว้ หมกทิ้งไว้ ปล่อยให้พักฟื้น
เรื่องบางเรื่อง ของบางอย่าง บางครั้งหมักไว้แล้วเกิดผลดีก็มี
การรีบร้อน รีบรนเกินไป ด่วนสรุป ด่วนตัดสิน บางครั้งก็อาจเกิดผลเสียได้
อย่างมิโซะที่เกิดจากการหมัก ทำให้เกิดรสชาติดีๆ เป็นวิธีถนอมอาหารให้เก็บไว้ทานได้นานๆ
ทว่าไม่ควรหมักหมม เพราะหมักหมมคือสะสมค้างคาไว้ด้วยความสกปรก ค้างคาซับซ้อนอยู่

ทริปคะนะซะวะที่ย้อนไปท่อมรอบล่าสุดเมื่อต้นปี ซึ่งเหมาะเจาะพอดีกับกำหนดวันการทำมิโซะ
ที่ 高木糀商店 ทะคะคิ โคจิ โชเทน (ท่อมคะนะซะวะ หน้า 55)
จึงไดัรับการเชิญชวนให้ไปชมขบวนการเป็นขวัญตา นัยว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำมิโซะ
ตั้งต้นทำในช่วงเวลาหนาว เพื่ออุณหภูมิที่ค่อยๆแปรเปลี่ยนอุ่นขึ้นตามฤดูกาลที่ผันแปร
นำสู่ขบวนการสร้างสรรค์ให้เป็นมิโซะรสเลิศโดยธรรมชาติ
ทำมิโซะไว้ทานเองที่บ้าน ทั้งเอร็ดอร่อยและภูมิใจในฝีมือตนเอง
แล้วยังปลูกฝัง เป็นการ"หมัก"การเห็นคุณค่าในการทำมือแก่ทุกคน
เพราะการทำมิโซะนี้เป็นกิจกรรมเพื่อเผยแพร่วิธีการทำมิโซะแบบโบราณแก่ชาวคะนะซะวะด้วยกัน
ซึ่งล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต่างอุ้มลูกกระเตงหลานมาร่วมกิจกรรมกันอย่างแน่นขนัดร้านทีเดียว
เชื่อแน่ว่าเด็กๆเหล่านี้ย่อมจะซดซุปมิโซะที่ทำเองเกลี้ยงถ้วยทุกวันแน่


เริ่มต้นด้วยการอธิบายความขั้นตอน


ถั่วเหลืองนึ่งร้อนๆ


ตักขึ้นมารอการบด


ใส่เครื่องบดพร้อมกับชั่งให้ได้สัดส่วน


ใส่เกลือและน้ำ ผสมให้เข้ากัน


糀 โคจิ - ข้าวที่นำไปนึ่งแล้วนำมาหมักให้เกิดเชื้อ ส่วนประกอบสำคัญในการหมักมิโซะ


ใส่โคจิ คลุกเคล้าให้เข้ากัน


หลังจากนั้นใช้มือตักส่วนผสมที่คลุกเคล้าจนทั่ว โยนใส่ในถังอย่างแรงเพื่อไล่อากาศ
ตบท้ายด้วยการใช้ไม้พายกดให้แน่นจนทั่วแล้วปิดฝา รอวันลิ้มรส
*ที่จริงแล้วภาชนะควรเป็นถังไม้ แต่เนื่องจากจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมมากมาย
ที่ต้องนำกลับไปหมักต่อที่บ้าน จึงดัดแปลงเป็นถังพลาสติกแทน


มิโซะนั้นมีหลากหลายชนิดแตกต่างกันตามชนิดของถั่วที่ใช้หมัก
แน่นอนว่ายังแยกย่อยมีเกรดมีระดับความอร่อยแตกต่างกันอีกต่างหาก
ถ้าจะให้เทียบคงคล้ายกับกะปิดี กะปิไม่ดีของไทยที่มีผลต่อรสชาติของอาหารอย่างมาก
มิโซะชิรุที่อร่อยๆ นอกจากจะต้องทำจากน้ำซุปปลาแห้งและสาหร่ายชั้นดีแล้ว
ก็มีตัวมิโซะนี่แหละที่เป็นตัวตัดสินความอร่อยและย่อมไม่มีกลิ่นถั่วฉุนกึกกวนจมูก

*ความรวดเร็วของเครื่องจักร จำนวนที่ผลิตได้มากๆในคราวเดียว
แม้จะลดต้นทุน ทำให้เราอุปโภคบริโภคสิ่งต่างๆในราคาที่ย่อมเยา
แต่ก็ทำให้เราค่อยๆห่างเหิน หลงลืมคุณค่าของการทำมือ
เสน่ห์ของความไม่สมบูรณ์แบบ ความมีเอกลักษณ์ที่ไม่ซำ้กัน
สัมผัสแห่งความมุ่งมั่นทุ่มเท การรู้จักการรอคอย
ตระหนักถึงความมีชีวิตมีตัวตนของทุกสิ่ง
การเห็นคุณค่าของสรรพสิ่งย่อมใช้เวลาในการ"หมัก"

Friday, May 21, 2010

ซองจิ๋ว



โปะฉิบุขุโระ คือ โอะมะเคะ ของแถม ของสมนาคุณเล็กๆน้อยสำหรับ"ท่อมคะนะซะวะ"ในคราวนี้

ぽち袋 โปะฉิบุขุโระ คือ ซองขนาดจิ๋วอเนกประสงค์ที่ใช้สื่อความรู้สึกได้ในทุกโอกาส
อันคำว่า โปะฉิ นั้น มาจากวลี "โคะเรปป๊ดฉิ"ที่แปลว่า นี่เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ นิดๆหน่อยๆ
ที่ชาวคันไซกล่าวยามมอบสินน้ำใจหรือว่าทิปแก่เหล่าเกอิชาในอดีต
"โปะฉิ" จึงหมายถึง เล็กๆน้อยๆ ส่วน "บุขุโระ" (ฟุขุโระ) คือ ถุง ซึ่งในที่นี้หมายถึง ซอง

มาในวันนี้โดยทั่วไป โปะฉิบุขุโระ นั้นมักถูกใช้เป็นซองใส่เงินแก่เด็กๆในช่วงปีใหม่
เหมือนกับอั่งเปาหรือแต๊ะเอียนั่นเอง
และด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของขนาด สีสันและลวดลายของโปะฉิบุขุโระ
ทั้งยังสามารถสื่อความรู้สึก สะท้อนความใส่ใจของผู้ให้สู่ผู้รับ
แบบไม่เคร่งเครียด จริงจัง เป็นทางการนัก ทว่ามีรสนิยม
ปัจจุบันการใช้น้องซองจิ๋วนี้ จึงไม่จำกัดเฉพาะการบรรจุเงินขวัญถุงในโอกาสวันปีใหม่
หากเป็นสิ่งของเล็กๆน้อยๆ อะไรก็ได้ที่สามารถใส่ลงในซองจิ๋วนี้ได้
จากการ์ดข้อความ ลูกอม หมากฝรั่ง ชอกโกแลต แหวน กิ๊บ
สติ๊กเกอร์น่ารักๆ หรือบัตรเติมเงิน ถึงพลาสเตอร์ติดแผล ฯลฯ
ใช้สื่อความรู้สึก ขอบคุณ เสียใจ ขอโทษ คิดถึง ห่วงใย ให้กำลังใจ ฯลฯ ในสารพันโอกาส
แม้แต่แค่ทักทายกัน ก็ย่อมได้
จึงอยากให้ทุกคนได้สื่อสาร ส่งความใส่ใจแก่ผู้คนรอบๆตัว
กระตุ้นความรู้สึกดีๆ กระตุกรอยยิ้ม สร้างบรรยากาศอันสดใสให้ฟุ้งกระจาย
ด้วย "โปะฉิบุขุโระ" ดูนะคะ

*โอะมะเคะ - คละแบบสุ่มส่งให้แล้วแต่บุพเพสันนิวาสค่ะ

Saturday, May 8, 2010

ท่อมคะนะซะวะ



จากเมืองรวมมิตรที่แสนรีบเร่งหมุนเร็วเต็มไปด้วยพลังอย่างโตเกียว
คราวนี้ขอพาทุกคนพัก ไปเดินเล่นกันค่ะ
ไปเดินท่องท่อมยังต่างจังหวัด ไปอิ่มเอมทั้งใจและกายกันที่คะนะซะวะ
เป็นเมืองที่ไม่มีจังหวะอันรีบร้อน เหมาะให้เดินท่อมแบบเรื่อยๆไปเรียงๆ
ผ่อนๆหย่อนๆขา ไม่รีบตึง ละเลียดไปกับวิถีชีวิตที่ไม่เร่งรีบ สบายๆ

ด้วยความบังเอิญซ้ำย้ำเป็นดั่งลิขิตชักพามาจุดประกายใคร่รู้ในเรื่องราวเกี่ยวกับคะนะซะวะ
พาให้เก็บเล็กผสมน้อยสะสมข้อมูลไปเรื่อย รอคิวการไปท่องท่อมนับเกือบปี
ครั้นเมื่อได้ไปเดินท่อมถึงที่จริง ความอิ่มเอมทั้งใจและกายที่ล้นปรี่ส่งให้ติดอันดับเมืองในดวงใจในทันที
ด้วยเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมที่เปี่ยมล้นด้วยความมีรสนิยมแบบจับต้องได้
บรรยากาศแสนผ่อนคลายสบายๆ มีทั้งความเก่า และความใหม่ร่วมสมัย
สถาปัตยกรรมก็มีให้ชมทั้งเอายุเป็นร้อยปีจนถึงแนวทันสมัยเท่เก่ไก๋
วัดก็มีทั้งแบบสงบงามนิ่ง จนถึง สนุกสนานน่าทึ่งอย่างวัดนินจา!!!
ร้านรวงน่ารักๆ คาเฟ่เก๋ๆก็มีให้ชื่นใจ งานศิลปก็ยังสัมผัสได้ เข้าไปได้ เล่นได้อีกต่างหาก
ที่สำคัญอาหารอร่อยจนพุงกาง ตาแตกไปกับของทะเลแสนสดในราคาไม่สะท้านกระเป๋า
ขนมก็สารพัน ทั้งรสเลิศแล้วยังน่ารักน่าเอ็นดูอีกต่างหาก และอื่นอีกมากมาย
ทำให้อยากเชิญอยากชวนให้ทุกคนไป"ท่อมคะนะซะวะ"แห่งนี้ด้วยกันโดยพลัน
ทว่าเมื่อกลับมาคนเขียนก็ยังเพลิดเพลินไปกับการละเลียดข้อมูลเพิ่มเติม
ต่อเนื่องต่อไปเรื่อยแทบไม่รู้จบ จนรับประทานเวลาไปอีกหนึ่งปี
เพราะบางเวลาเกิดอาการอิ่มอกอิ่มใจอิ่มข้อมูลอยู่คนเดียว แล้วไม่ยอมเขียน (อ้าว!)
เลยต้องสะกิดตัวเองว่าควรจะรีบนำมาแบ่งปันเรื่องราว อย่ามัวแต่ยิ้มพริ้มอยู่คนเดียว

สำหรับเลย์เอาท์นั้น ร่วมกันฝันบรรเจิดกับ maewpilar ตั้งแต่แรกก่อนลงมือเขียน
ว่าหนนี้เราจะเน้นภาพแบบจะๆ แบ่งที่กันครึ่งๆ กับเนื้อความ
เพื่อการชมเสน่ห์ของคะนะซะวะอย่างเต็มที่ให้ได้มากที่สุด
จึงบ้าคลั่งไม่สนอะไร เล่นกัน 4 สีทุกหน้าไปเลย
หากแต่ว่าขบวนการคัดเลือกรูปภาพมากมายก็ทำเอาทั้งสองพี่น้องหน้ามืดด้วยตัดใจไม่ถูก
ไม่อยากคัดออกไปเสียหมดได้แต่กระหน่ำใส่ แต่ท้ายที่สุดก็จำต้องตัดใจไปเป็นยก
ตอนแรกที่เขียนเสร็จก็หนีน้องแมวไปอิ่มเอมกับท่อมคะนะซะวะกันอีกรอบ
ปล่อยให้คุณน้องวิงเวียนจัดรูปเล่มอยู่คนเดียว แล้วค่อยกลับมาช่วยให้กำลังใจ
ช่วยกันตัดเย็บต้นฉบับจนสำเร็จ ต่อด้วยการเลือกกระดาษที่มิบังอาจหลงลืม
เรื่องสำคัญแห่งน้ำหนัก ว่าต้องไม่หนัก จงเบาๆพกสะดวก
โดยมีโรงพิมพ์สุดน่ารักช่วยจับคู่ตุนาหงันเนื้อกระดาษจนตรงใจ
ต่อด้วยการช่วยดูแลอำนวยการประทับเล่มให้สมประสงค์ในวันนี้



ซึ่งพร้อมให้ไปท่อมด้วยกันในทันทีตั้งแต่บัดนี้ได้ที่ booktailor
กับ おまけ โอะมะเคะ ของแถมเล็กๆน้อยๆ พิเศษเฉพาะที่ booktailor เช่นเคยค่ะ
คราวนี้เป็น ぽち袋 pochibukuro ซองอเนกประสงค์ขนาดจิ๋ว (คละแบบสุ่มส่งให้แล้วแต่บุพเพสันนิวาสนะคะ)
ท่อมคะนะซะวะ เล่มละ 278 บาท (ค่าจัดส่งฟรี)
หรือสัมผัสพลิกในทุกหน้าจริงได้ที่ร้านหนังสือทั่วไป(โดยคาดว่าน่าจะจับเล่มเป็นๆได้ที่ร้านนายอินทร์ก่อนค่ะ)


***คะนะซะวะ เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่เคยรุ่งเรืองอย่างมากในสมัยเอะโดะ
ซึ่งยังคงภาพและกลิ่นไอแห่งวันวานด้วยสถาปัตยกรรมแห่งอดีตที่สุดสมบูรณ์
เป็นเมืองที่มั่งคั่งด้วยศิลปวัฒนธรรม หัตถกรรม จนได้รับการขึ้นทะเบียน
เป็น City of Crafts and Folk Art จาก UNESCO
ในขณะเดียวกันก็พราวเสน่ห์ด้วยความร่วมสมัย อาทิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัย
21st Century Museum of Contemporary Art, Kanazawa ที่สุดน่าทึ่ง
แล้วยังมีสวนที่สวยที่สุด 1 ใน 3 ของประเทศ เคนโระคุเอนที่งดงามในทุกฤดูกาล
ที่สำคัญความที่ติดทะเลญี่ปุ่น จึงอุดมด้วยความสดใหม่จากท้องทะเล
ซูชิ ซาชิมิจึงมีราคาย่อมเยาสุดๆ แบบไม่ใจหาย เป็นลมล้มตึง
ยังไม่นับรวมขนมญี่ปุ่นหลากชนิดที่สวยทั้งรูปอร่อยทั้งรส ฯลฯ
แถมผู้คนก็อัธยาศัยดีเต็มไปด้วยมิตรไมตรี
เป็นอีกเมืองที่ไปแล้ว อยากไปอีก ไปแล้วไปอีกๆค่ะ

Monday, May 3, 2010

ยลก่อน



บางส่วนของหนังสือเล่มใหม่ให้มายลกันก่อนค่ะ
คราวนี้จะพาไปเดินท่อมที่คะนะซะวะกันค่ะ

Sunday, May 2, 2010

วิ่ง



วิ่ง วิ่ง วิ่ง
วิ่งไป
ชีวิตคนเรานั้นดำเนินไปดั่งกาลเวลาที่ไม่เคยหยุดวิ่ง
แม้ว่าบางครั้งบางคราวจะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า
ต่อการต่อสู้ฝ่าฟันกับความยากลำบาก/อุปสรรคหรือความเบื่อหน่ายใดๆ
ก็มีแต่ต้องมุ่งต่อไปยังเบื้องหน้า ไม่สามารถย้อนกลับไปอดีตได้
วิ่งสู่หนทางที่ถูก หนทางที่ดี

*ดิสเพลย์ที่ opening ceremony เซเล็คช้อปเก๋จากอเมริกาที่มาบุกโตเกียวตรงชิบุยะ
ภายในตกแต่งอย่างเก๋ไก๋สนุกสนาน เต็มไปด้วยมุขและอารมณ์ขันในทุกชั้น ทุกมุม
ที่โดนใจชอบที่สุดก็คือเจ้าหุ่นศีรษะม้าที่วิ่งไม่หยุดตัวนี้
โชว์สินค้าได้ทั้งตัวจากศีรษะจรดเท้า
ในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงคาแรคเตอร์ ทัศนคติ บุคลิกของร้านไปในตัว