Wednesday, May 16, 2007

ติดเกาะ



ช่วงนี้อากาศแปรปรวน ฝนตกแทบทุกวันอย่างนี้ ทำให้นึกถึงตอนที่เคยติดเกาะ
เคยติดเกาะมาครั้งหนึ่ง! แถมไม่ได้ติดเกาะในเมืองไทย
ดัดจริตไปติดเกาะที่ญี่ปุ่น (ไม่ได้เล่นสำนวนอะไร)
คือไปติดเกาะเล็กๆใน โอกินาวะ อีกที

ปิดเทอมหน้าร้อนปีแรกตั้งแต่เรียนภาษาอยุู่ที่โตเกียว เพื่อนๆเห็นแผ่นพับโฆษณา น้ำทะเลใสแจ๋ว ทรายขาวจั๊วะ ชวนให้หนีร้อนจากโตเกียวที่ร้อนจริงๆ ไปทะเลกันดีกว่า ขาไปนั่งเครื่องบินจัมโบ้ลำใหญ่ไปลงโอกินาวะ พักคืนหนึ่ง อิ่มหนำกับอาหารแบบพื้นเมือง แล้วรุ่งขึ้นก็ต่อเครื่องบินเล็กไปลงเกาะเจ้ากรรมอีกที โอ้โฮ...หาดทรายขาวละเอียดดั่งโฆษณา ความใสของน้ำทะเลก็ดั่งน้ำแร่เอเวียง แถมพอนั่งเรือเล็กไปกลางทะเล มีเกาะทรายจิ๋วให้ได้นั่งเล่นและเผ่นกลับยามน้ำขึ้น ก่อนที่จะดำจมหายไปและโผล่ขึ้นมาให้ไปเยือนในวันใหม่



และแล้วก็เกิดเมฆฝนก็เคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็ว กลายเป็นไต้ฝุ่นพัดโหมกระหน่ำเกาะอย่างไม่ปรานี พระพิรุณพรั่งพรูไม่หยุดหย่อน ต้นไม้ริมชายหาดรอบๆโรงแรมแดนซ์กันกระจายขนาดมาดอนน่าก็ขอ bye หันมาดูข่าวทางโทรทัศน์ ก็ต้องมึนตึบ โอ้...แม่เจ้า ไต้ฝุ่นเบอร์อะไรก็จำไม่ได้กำลังวิ่งกวาดทุกสิ่งอยู่ (ที่ญี่ปุ่น ชื่อไต้ฝุ่นมักตั้งเป็นเบอร์ คิดว่าฤดูหนึ่งคงมีแยะเกินกว่าจะคิดชื่อเก๋ๆทัน เรียกเป็นเบอร์ง่ายดี) พยากรณ์และประกาศท่านว่าให้อยู่ในเคหะสถาน มองไปที่หน้าต่าง ล้วนเป็นภาพเบลอด้วยพายุ จึงนอนเฝ้าห้องกันไป โรงแรมก็ใหญ่มาก ไม่มีจะให้ไปวิ่งเล่นที่ไหน วันต่อมาเหมือนเดิม ข่าวดีกว่าคือไต้ฝุ่นเบอร์แรกอ่อนกำลังลง แต่...กลับมีไต้ฝุ่นเบอร์ใหม่วิ่งชิดมาติดๆ ดูโทรทัศน์ลุ้นกันไป อ้าว...วันพรุ่งนี้ต้องกลับกันแล้ว เครื่องบินก็มิสามารถขึ้นบินได้...จึงติดเกาะด้วยประการเช่นนี้

กิจกรรมหลักระหว่างติดเกาะคือดูโทรทัศน์ที ดูหน้าต่างที ดูโทรทัศน์ที ดูหน้าต่างที แล้วก็เลิกดู หันมานั่งสมาธิ เพื่อนก็นอนสมาธิไป ที่เด็ดสุดคือ กลับไม่ทันโรงเรียนเปิด! ต้องโทรศัพท์ไปเรียนคุณครูว่าลูกศิษย์ติดเกาะอยู่ไม่สามารถไปเรียนได้คะ เป็นความหลังฝังใจกับโอกินาวะ ทำให้นึกขำทุกทีไป

ระยะหลังนี้คนญี่ปุ่นให้ความสนใจในโอกินาวะอย่างมาก ด้วยความที่มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทั้งในแง่ศิลปวัฒนธรรม ดนตรี โดยเฉพาะอาหารแบบโอกินาวะ มีคุณค่าอาหารสูง เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เห็นได้ชัดจากอายุเฉลี่ยของชาวโอกินาวะที่อยู่ในระดับสูงมาก เพราะคนโอกินาวะดั้งเดิมนิยมทานผักและข้าวไม่ขัดสี

ร้านอาหารแบบโอกินาวะ จึงมีให้รับประทานอย่างแพร่หลายมากขึ้นทั่วญี่ปุ่น โดยมีเมนูฮิตอย่างผัดมะระ ที่นับเป็นอาหารจานเด่นขึ้นชื่อ ด้วยคุณสมบัติเป็นยา ทานดีมีประโยชน์ จึงฮิตกันมาก นำมาทำเป็น chips มะระอบกรอบทานเล่นก็แยะ ส่วนคอก๋วยเตี๋ยวก็ต้อง โอกินาวะโซบะ อันโซบะของโอกินาวะนี้ต่างจากทั่วไป เพราะไม่ได้ทำจากแป้งโซบะ แต่ทำจากแป้งสาลี แถมเส้นอ้วนๆคล้ายอุด้ง ส่วนซุปก็เป็นน้ำซุปแบบราเม็ง มีเครื่องโปะหน้าเป็นหมูสามชั้นชิ้นเบ้งหรือซี่โครงหมูตุ๋น (อาหารโอกินาวะมักมีหมูเป็นส่วนผสมหลัก ด้วยอิทธิพลจากจีน) ส่วนที่ออกอินเตอร์ ก็ต้องทาโก้ไรซ์ หรือข้าวหน้าเนื้อสับผัดรองด้วยผักกาดแก้วและโรยมะเขือเทศที่ด้านหน้า บางทีก็ใส่ชีสด้วย อันทาโก้ไรซ์นี้นับเป็นลูกผสมของการเอาไส้ทาโก้มาราดข้าว กำเนิดที่คอฟฟี่ช้อปหน้าฐานทัพเรืออเมริกันในยุค 1960 ซึ่งต่อมานิยมทานกันทั่วไป จนเป็นหนึ่งในเมนูอาหารวันที่โรงเรียนในโอกินาวะอีกด้วย

3 comments:

  1. ดีนา ที่ไม่เจอพายุตอนนั่งเรืออยู่อะค่ะ
    โอกินาว่าเนี่ย รู้จักเพราะเพลง นาดะ โซว โซว เลยอะค่ะ
    แบบว่าฟังครั้งแรก ทำไมเพลงโบราณจัง
    แต่พอฟังๆไป โอววว ไพเราะมากๆ ชอบ

    ReplyDelete
  2. ชอบwebครับ หนังสือก็ชอบ
    ฝากblog cartoon ด้วยครับ
    http://tawanchuntra.wordpress.com/about/

    ReplyDelete
  3. เคยไปติดเกาะที่โอกินาว่าเหมือนกันครับ
    จากแพลน 4 วัน
    โดนพายุไปซะ 3 วันครึ่ง

    ReplyDelete