Tuesday, June 8, 2010

ไปทานซุชิ

ชินโนะซุเคะเป็นร้านที่ขึ้นชื่อร้านหนึ่งของเมือง ทำให้ต้องรีบโทร.จองที่ไว้ตั้งแต่ไก่โห่
จากกรุงเทพฯ กระนั้นเองวันที่หมายมั่นแต่แรกก็ยังเต็ม จนตั้งรีบสลับคิวกับร้านอื่นๆที่
จองไปแล้ว โชคดีที่พอตระครุบคิวร้านนี้ แล้วไปเปลี่ยนคิวของอีกร้านเป็นอีกวันได้ลงตัว
พอปะหน้าคุณผู้จัดการร้านคนสวยที่ออกมาแขวนโนะเรนพอดี จึงรีบแจ้งชื่อเสียงเรียง
นามที่จองไว้ พร้อมกับก้าวเข้าภายในร้านที่งามเรียบเนี้ยบ หลังจากที่เข้าประจำที่ที่หน้า
เคาน์เตอร์เรียบร้อย โกะชูจินหนุ่มน้อยร่างเล็กได้กล่าวต้อนรับ พร้อมสอบถามถึงความ
ประสงค์ในการหม่ำ ถึงระดับการโอะมะคะเซะ ว่าระดับไหนดี ซึ่งได้เลือกระดับเบสิคดู
ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเติมทีหลังหากไม่เพียงพอหรืออยากทานอะไรเป็นพิเศษ อันเป็นวิธี
เช็คความถูกปากของตัวเองที่มีต่อร้าน และยังเป็นวิธีควบคุมงบประมาณอีกด้วย

จากนั้นปฏิบัติการคำแรกนั้นเริ่มด้วย ไท ปลากระพงเนื้อใสแจ๋ว

ลอยมาจอดแลนดิ้งอย่างสวยงามบนจานกระเบื้องสี่เหลี่ยมหน้าเคาน์เตอร์
อู้! กระชากยิ้มกว้าง ต่อด้วยจังหวะกระพริบตาถี่ๆกับ อะโอะริ อิคะ ปลาหมึก

ตามด้วยเนื้อสีแดงเข้มของ มะกุุโระ โนะ ทสึเคะ ที่แช่รสมาอย่างเข้าเนื้อแบบชุ่มฉ่ำ

แล้ววาบวับด้วย อะจิ โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียด

พักซดซุปปลากระพงปรับความมัน เพื่อมาต่อด้วยความหวานของอะมะเอะบิ

กุ้งหวานที่ประดับมาด้วยไข่แบบพูนๆ ฝั่งผู้ร่วมทางที่แพ้กุ้งนั้น ก็เป็นปลาโคะไดแทน

ตบด้วยความเข้มของอิคุระ ไข่ปลาเม็ดเบิ้มห่มสาหร่ายโปะเป๊าะไปเต็มปาก

เปลี่ยนรสสัมผัสด้วยความแน่นหนึบของ ไบ หอยตัวเบิ้ม

แล้วหักเลี้ยวรสด้วยอุนะคิว ปลาไหลเนื้อนุ่มละลายในปากที่สุดมันชุ่มประสานสัมผัส
กรุบกรอบของน้องแตงกวาที่เคียงคู่ม้วนมาในแบบมะคิข้าวห่อสาหร่าย

ตบท้ายด้วย ชิโซะมะคิ ใช้ความหอมพร้อมล้างมันของปลาไหล

เป็นอันปิดจบขั้นเบสิคมื้อกลางวัน 2,500 เยน ของทางร้าน เบ็ดเสร็จคนละ 10 อย่าง
คับคุณภาพความสดใหม่และบรรยากาศอันสุนทรีย์ หลังจากนี้ได้มีการเสริมทัพสั่งต่อ
อีกเล็กน้อย พออิ่มหน่ำได้ที่ ก็รบกวนทางร้านช่วยโทร.เรียกแท๊กซี่กลับเข้ากลางใจเมือง
ไปท่อมท่องต่อ เริ่มต้นมื้อแรกของทริปได้อย่างตาลุกตามมาตรฐานความสดใหม่แห่ง
คะนะซะวะ ชินโนะซุเคะแห่งนี้เรียกได้ว่าจังหวะในการปั้น ช่วงเวลาที่ทิ้งห่างแต่ละคำให้
ได้ละเลียดรส ขนาด รสชาติและคุณภาพถือว่าดีมาก บรรยากาศร้านก็สวย เรียบนิ่งมาก
ทว่าก็ยังชอบและถูกปากในรสชาติและความอบอุ่นของร้านโอะโทะเมะซุชิ (ท่อมคะนะซะวะ
หน้า 166 ) มากกว่าอยู่ดี ซึ่งรอบนี้ก็ได้ไปย้ำซ้ำความอร่อยมาด้วยเช่นกัน ไว้จะมาเล่าใน
โอกาสต่อไปนะค่ะ

*เทคนิคในการรับประทานที่ร้านซุชิชั้นดี นั่งที่เคาน์เตอร์ปั้นทานคำต่อคำ อันแตกต่าง
จากซุชิเวียนที่ดูจากจานก็จะคำนวณราคาได้ แต่ร้านซุชิชั้นดีแบบนี้มักไม่มีเมนูราคา
ตายตัว ขึ้นความสดใหม่ของวันนั้นๆ ดังนั้นเพื่อสุขภาพของหัวใจและกระเป๋าสตางค์ ให้
จงแจ้งงบที่ชัดเจนก่อนแต่แรก ซึ่งทางร้านจะจัดสรรความหลากหลายและความอร่อยให้
อยู่งบประมาณนั้นๆดั่งประสงค์ ทำให้ทานอย่างไร้กังวล ไม่ตกใจสิ้นสติยามจ่ายสตางค์
และถ้ามีอาการแพ้หรือไม่ชอบอะไรเป็นพิเศษ ก็ควรแจ้งตั้งแต่แรกนี้เช่นกัน ทางร้านจะ
ได้สับรางหลีกเลี่ยง จัดสรรให้ถูก เพื่อความราบเรียบในการลิ้มรส

6 comments:

  1. หิวยามดึกเลย ^^

    ReplyDelete
  2. น่ากินมากเลยค่ะ ยิ่งวางชิ้นเดียวๆ ยิ่งเพิ่มความน่ากินเข้าไปใหญ่

    ReplyDelete
  3. มาต่อคิวหิว...
    ขณะนี้เวลาเที่ยงคืน - -"

    งอนพี่หมูแล้วล่ะ! ถ่ายรูปมามันย่องเกินห้ามใจ!!

    ReplyDelete
  4. มื้อแรกก็งอนเสียแล้วหรือคะ?

    ReplyDelete
  5. ตายแร้วว แปลว่าจะมีมื้ออื่นต่อ?!?

    ขอเป็นของหวานเลยได้มั้ยคะ?? :D

    ReplyDelete