Tuesday, June 1, 2010

การเดินทางสู่ร้านซุชิ



การเดินทางไปเปิปมื้อแรกที่หมายมุ่งไปลิ้มลองลงทุนจองล่วงหน้าไว้ในทริปคะนะซะวะเมื่อต้นปี
เริ่มต้นขึ้นหลังจากไปฝากกระเป๋าที่โรงแรม แล้วไถลไปชมร้านรวงในสถานีพอหอมปากหอมคอ
จากนั้นก็เลาะเลียบหลบฝนที่ตกปรอยๆไปยังป้ายรถแท็กซี่ ด้วยเป้าหมายนั้นไกลเกินเดินท่อมไหว
จึงปราดแจ้งคุณลุงแท็กซี่ถึงที่อยู่ของที่หมาย รบกวนไปที่สี่แยกตรงอิริเอะ 3 โฉเมะด้วยค่ะ
ตรงแถว autobacs (ร้านแฟรนไชล์อุปกรณ์รถยนต์) น่ะค่ะ คุณลุงก็พยักหน้าหงึกๆ
ครั้นพอใกล้จะถึงสี่แยกเป้าหมาย คุณลุงก็ถามว่าจะให้จอดตรงไหนล่ะหนู จะไปไหนหรือ
เลยบอกคุณลุงว่าจะไปร้านซุชิที่ชื่อ 芯の助 ชินโนะซุเคะ ค่ะ อยู่แถวๆสี่แยกนี้

พอถึงสี่แยกจริงๆ คุณลุงก็จอดเทียบข้างทาง พลางกดหยุดมิเตอร์ในทันที
ถามอีกครั้งว่าอยู่ฝั่งไหน ฝั่งนี้หรือเปล่า ถ้าอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องไปอ้อมกลับรถตรงโน้นน่ะ
ร้านอยู่ไหน เห็นหรือยังหนู จึงตอบว่ายังไม่เห็นค่ะ จากแผนที่นั้นอยู่อีกฝั่งถนน ข้ามไปคงเจอค่ะ
เพราะต้องเข้าตรอกไปนิดนึง แต่มีแผนที่อยู่ในมือ ลงตรงนี้ก็ได้ค่ะ
คุณลุงเลยขอดูแผนที่ พลางหาพิกัด บังเอิญที่คุณลุงเองก็ไม่รู้จักร้านนี้
แล้วจึงสั่งว่าอย่าเพิ่งลงเลย เดี๋ยวจะเลี้ยววนข้ามไปฝั่งโน้นให้ดีกว่า
ว่าแล้วคุณลุงก็เลี้ยวขวาอ้อมวนไปกลับรถ เพื่อมาอีกฝั่งที่หมาย พลางดูแผนที่ไป
ก็ขับไล่วนไป ด้วยหมายจะส่งให้ถึงที่จริงๆ โดยคุณลุงก็ออกจะงงเล็กน้อย
แม้จะไล่ดูป้ายเลขที่บ้าน ก็หาเลขที่ของร้านไม่เจอ ทำให้รู้สึกเกรงใจคุณลุงอย่างสุดแสน
พยายามบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเดินหาเองก็ได้ค่ะ
เพราะดูจากแผนที่แล้ว ก็ควรอยู่แถวนี้แหละค่ะ (มั่นใจมาก ในขณะที่เจ้าถิ่นอย่างคุณลุงมึนตึ้บ)
แต่คุณลุงปฎิเสธว่าไม่ได้หรอก ถ้าหาไม่เจอแล้วทำไง แถวนี้ไม่ใช่หาแท็กซี่ง่ายๆนะหนู
ว่าแล้วก็กดที่อยู่หาพิกัดด้วย GPS ในรถว่าอยู่ถูกที่หรือยัง
เอ...ก็น่าจะอยู่ตรงนี้นี่น่า แต่ก็ไร้วี่แวววของร้านซุชิใดๆ

ด้วยสัญชาติญาณแรงดึงดูดที่มีต่อร้านอร่อยที่แรงกล้า หมูใคร่รู้ก็พยายามชักจูงคุณลุงว่า
คิดว่าเจ้าบ้านหัวมุมที่เราจอดเทียบด้านข้างอยู่นี่ น่าจะใช่นะคะ
คุณลุงก็ยังไม่เชื่อง่ายๆ (โถ! จะให้เชื่อคนต่างถิ่นได้อย่างไรเนอะ)
คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.ตามหมายเลขของร้านที่หมูใคร่รู้จดไว้ แต่ไม่มีคนรับสาย
ยื่งทำให้คุณลุงเป็นกังวลนักหนา เลยขออนุญาตคุณลุงก็ขอลงไปดูตรงด้านหน้าบ้านอีกทีได้ไหมค่ะ
คิดว่าใช่น่ะค่ะ ครั้นพอกางร่มลงรถ เดินไป 2 ก้าว
ก็ได้เจอกับผู้จัดการร้านคนสวยถือโนะเรน (ป้ายผ้าชื่อร้าน) กำลังจะออกมาแขวนพอดี
เนื่องจากร้านเป็นบ้านธรรมดาและเหตุที่เรามาถึงก่อนเวลาเปิด เร็วไปนิด
หน้าบ้านที่ไร้ซึ่งโนะเรน จึงดูเป็นบ้านทั่วไปหาใช่หน้าตาของร้านซูชิไม่
ณ.นาทีนั้นเอง คุณลุงจึงยิ้มแฉ่งโล่งอกโล่งใจว่าเจอแล้ว
ในขณะที่หมูใคร่รู้ซึ้งใจคุณลุงอย่างมหึมามหาศาล
ได้แต่โค้งคำนับพลางรัวคำขอบคุณคุณลุงแบบย้ำซ้ำไม่รู้จบ
ด้วยคุณลุงไม่ใส่ใจกับเวลาที่ต้องเสียไปกับการสาละวนวนหาร้านแม้แต่นิด
ค่าแท็กซี่คุณลุงก็กดหยุดมิเตอร์ตั้งแต่สี่แยก มุ่งแต่เป็นห่วงให้ถึงที่หมายเป็นสำคัญ
ทำให้เป็นอีกหนึ่งบันทึกเล็กๆในความเปี่ยมล้นด้วยน้ำใจความเอื้ออารี ความน่ารักของชาวคะนะซะวะ

ถึงร้านในที่สุด แต่ยาวมากเสียแล้ว งั้นคงต้องเปิปในตอนถัดไปเสียแล้วค่ะ
つづく

3 comments:

  1. อ่านเรื่องแท๊กซี่แล้วรู้สึกว่า..แบบนี้ล่ะญี่ปุ๊นนนญี่ปุ่น
    ไม่พูดถึงประสบการณ์ร้ายในแท๊กซี่ไทยให้เสียอารมณ์เน๊าะ
    รออ่านตอนต่อไปนะคะ น้ำลายไหลแล้ววว

    ReplyDelete
  2. คุณลุงใจดีจังนะคะ ^ ^
    รอติดตามต่อค่ะ

    ReplyDelete
  3. ได้แต่ภาวนาขอให้พี่แท็กซี่ไทยเป็นแบบนี้บ้าง T_T~

    จะติดตามอ่านต่อนะคะ

    ReplyDelete