Archive for the ‘thought’ Category
พื้น พื้น
สรรพสิ่งใดๆล้วนย่อมมีพื้น มีฐาน
พื้นดี ฐานดี ก็ย่อมเอื้อต่อการก่อร่างสร้างสิ่งดีๆ
“พื้น”ที่ดี
“พื้น”ที่แน่นหนา
“พื้น”ที่มั่นคง ย่อมมาจากการสะสมสั่งสม ย่อมต้องใช้เวลา
ไม่สามารถตัดตอนตัดทอนด้วยทางลัดใดๆ
ทว่าทุกวันนี้ “พื้น” ดูเหมือนจะป็นเสิ่งที่ถูกมองข้าม
มิใช่สิ่งที่ได้รับความเอาใจใส่อย่างเต็มที่เต็มเวลา
ด้วยหลายคนหันไปจ้องมองที่ยอด ที่ผล
มุ่งหาวิธีอันรวดเร็ว เพื่อให้ได้มาซึ่งยอด ซึ่งผลนั้นๆ
มากกว่าที่จะให้ความสำคัญและลงทุนใน”พื้นดี”
** insole แสนน่าเอ็นดูของ danke ดีไซน์โดย D[di:]
พื้นดีเช่นนี้ จึงเอื้อให้ทั้งเดินดี สบายเท้าและอารมณ์ดีในยามเดิน
ช่างใส่ใจใน”พื้น” ทำให้เรื่องพื้นๆ ไม่”พื้น” แม้แต่น้อย
เหตุเกิดณ.ร้านแว่นตา
มีนาคมปี 2010
ระหว่างที่เดินท่อมอยู่แถว jimbocho ย่านหนังสือเก่าชื่อดังแห่งโตเกียว พลันสะดุดตากับวินโดว์ดิสเพลย์
ที่เต็มไปด้วยแว่นทรงคลาสสิค ทรงกลมแบบ John Lennon แถมมีรูปของคุณ John Lennon ประดับ
ไว้อีกต่างหาก จึงประชิดเข้าไปดูใกล้ๆ โอ้! มีแต่แว่นทรงนี้ทรงเดียวทั้งตู้เลย วิธีการจัดวางและหน้าตาร้าน
ก็แสนขลังย้อนยุค เลยพยายามมองด้านในร้าน พลางกับผลักประตูกระจกเข้าไป และยิ่งให้ทึ่งเข้าไปอีกว่า
ทั้งร้านมีแต่แว่นทรง John Lennon เท่านั้นจริงๆ แถมบรรยากาศภายในร้านก็ดั่งหยุดเวลาไว้ ทั้งตู้กระจก
ที่ผนังและเคาน์เตอร์ก็เป็นดั่งเช่นร้านแว่นตาในอดีตเมื่อสี่สิบ-ห้าสิบปีก่อน(กระมัง) ชั่วพริบตาที่กำลังฉงน
ในห้วงเวลาอยู่นั้น คุณป้าเจ้าของร้านที่นั่งอยู่ที่ด้านในก็รี่กุลีกุจอเข้ามาต้อนรับ ถามไถ่ว่าสนใจแว่นหรือ
พร้อมกับรีบหยิบแว่นที่เรากำลังจ้องในตู้ด้านข้างมาให้ลอง พลางอธิบายว่าเป็นแว่นทำมือ แว่นทุกอันจึงจะ
มีการสลักชื่อของผู้ทำไว้ด้วย และช่วยเลือกอันที่น่าจะรับกับหน้าให้ และเมื่อทราบว่าหมูใคร่รู้เป็นคนไทย
ก็ดีใจใหญ่เล่าว่าสมัยสาวๆคุณป้าเคยไปเที่ยวเมืองไทยกับคุณแม่ ประทับใจในวัดวาอารามอันงดงามมาก
และยังเป็นทริปแห่งความจำอันแสนสุขกับคุณแม่ผู้ล่วงลับ ดวงตาที่เป็นประกายระหว่างที่ชักชวนคุยโน้นนี้
ด้วยความเอื้ออารี เป็นจุดเริ่มต้นในความประทับใจในตัวคุณป้าซูซูกิท่านนี้ ทำให้แวะไปที่ร้าน Misuzudo
ทุกครั้งที่ไปโตเกียว แถมคุณป้ามักจะแนะนำร้านกาแฟ ร้านอร่อยๆแถวนั้นให้เสมอๆ
กุมภาพันธ์ 2013
เมื่อทราบข่าวว่าศิลปินคนโปรดคุณ Jean-Philippe Delhomme จะมาเซ็นหนังสือ The Unknown Hipster
Diaries ที่กรุงเทพฯ ได้ติดตามผลงานของคุณ Delhomme มาสองทศวรรษกว่า นึกไม่ถึงว่าจะมีโอกาสได้พบใน
กรุงเทพฯ จึงไม่พลาดที่ไปจับจองเล่มลิมิเต็ด เอดิชั่นนี้ด้วย ซึ่งคุณ Delhomme ก็สุดแสนใจดีทั้งเซ็นและบรรจง
วาดอย่างใจเย็นให้ทุกคนแบบเป็นกันเอง ช่วงก่อนถึงคิวอันเนืองแน่นนั้น หมูใคร่รู้ได้ฆ่าเวลาด้วยการอ่านหนังสือ
The Unknown Hipster Diaries ไปพลาง ทำให้ได้จำเรื่องร้านแว่นตาย้อนยุค ณ.jimbocho ที่คุณ Delhome
ไปสะดุดชมมาเหมือนกันและมีหลากเรื่องราวที่อยากพูดคุยคุณป้าเจ้าของ ทว่าอุปสรรคของภาษาจึงไม่ทราบ
ความนัก ที่จริงได้เคยอ่านเรื่องนี้ตั้งแต่อยู่ในบล็อก TheUnknown Hipster เมื่อพฤศจิกายน 2010 ว่าโอ้ ไป
เจอร้านคุณป้าเหมือนกันเลย แต่เผลอลืมเสียสนิท ไม่ได้เล่าให้คุณป้าฟังตอนไปโตเกียว จึงบอกคุณ Delhomme
ว่าหมูใคร่รู้รู้จักคุณป้าเจ้าของร้านแว่นตานี้ และเดือนหน้านี้จะไปโตเกียวพอดี จะไปเล่าเรื่องให้คุณป้าฟังนะคะ
คุณ Delhomme ก็ได้บอกว่าอยากส่งหนังสือให้คุณป้าเหมือนกันแต่ไม่ทราบที่อยู่
มีนาคม 2013
ได้ฤกษ์แวะไปร้าน Misuzudo พร้อมพกก๊อปปี้เรื่องของคุณป้าในหนังสือไปด้วย เพียงเริ่มต้นการเล่าจากหน้าแรก
ที่มีรูปวาดวินโดว์ดิสเพลย์ของร้าน คุณป้าก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ ครั้นพอหยิบแผ่นที่สองที่มีรูปวาดคุณป้าอยู่
เพียงแว่บแรกที่เห็นคุณป้าก็น้ำตารื้นเอ่อและมิสามารถกลั้นน้ำตาแห่งความปิติไว้ ต้องเอานิ้วปาดป้อยๆ ทำเอา
คนส่งสารเองก็แสนสุขใจไปด้วยอย่างมาก ด้วยความดีใจคุณป้าได้รีบนำภาพทั้งหมดไปวางโชว์ที่วินโดว์ดิสเพลย์
ในทันที พลางบอกว่าจะรีบเอาก๊อปปี้ทั้งหมดนี้ไปใส่กรอบโดยไวด้วย ส่วนหมูใคร่รู้ก็พกชื่อที่อยู่คุณป้ากลับมาให้
คุณ Delhomme ส่งหนังสือฉบับจริงให้คุณป้า (ที่อยู่และชื่อร้านมีอยู่แล้ว แต่ไม่เคยถามชื่อ-สกุลคุณป้า เลยได้
โอกาสถามในครั้งนี้)
เมื่อกลับมาจากทริป จึงได้ส่งข่าวบอกคุณ Delhomme ถึงความปิติของคุณป้า ซึ่งคุณ Delhomme ได้ตอบกลับ
ในทันทีว่าดีใจเป็นอันมากและจะรีบส่งหนังสือให้คุณป้าทันทีที่กลับบ้านในปารีส
ที่มาของความบังเอิญที่โยงใยคนจากสามชาติสามภาษา ที่มาของมิตรไมตรี ความรู้สึกดีๆที่ไม่จำกัดเขตแดน
น่าเอ็นดู & น่าทึ่ง
เมื่อวานก่อนอากาศร้อนจนลมแทบจับ เล่นเอาแสนมึนหัว เลยแก้เครียดคลายร้อนด้วยการซื้อ
สติ๊กเกอร์ Line เห็นสติ๊กเกอร์ของคุณป้า Mizumori Ado มาหลายวันแล้ว แต่ข่มใจไม่ซื้อ
พอความร้อนเร่งเร้าเลยตบะแตก ผลงานของคุณคุณป้า Mizumori Ado เป็นภาพวาดที่แสน
คุ้นตาอย่างมากของหมูใคร่รู้เมื่อยามเล็กๆ พอมาวันนี้ดูอีกทีก็ยังน่าเอ็นดูไม่เสื่อมคลาย ดูแล้ว
ก็สร้างรอยยิ้มทุกที จึงไม่น่าแปลกใจที่ผลงานของเธอกลับมาฮิตอีกครั้งในช่วงสองสามปีนี้ เลย
อยากแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักความน่าเอ็นดู & น่าทึ่งของเธอณ.ที่นี้
คุณ Mizumori Ado โด่งดังอย่างมากในช่วงยุค 1970’s จากรายการโทรทัศน์ของ NHK
ที่เธอแสดงการวาดภาพด้วยสองมือบนกระดานใสประกอบการร้องเพลง เธอเป็นทั้งศิลปิน
นักวาด นักแสดงละครเวที นักพากย์ นักร้องซึ่งร้องทั้งเพลงการ์ตูนดังๆมากมาย ในขณะเดียว
กันก็เป็นนักร้องเพลงแจ๊ซอีกด้วย!
เพลงที่ทุกคนคุ้ยเคยกันดีจาก Dr.Slump เพลงนี้ เธอก็คือต้นฉบับของแท้
ไปชมความน่าทึ่งของคุณป้าอะโดะจาก live performance ที่ทั้งร้อง เต้นและวาดรูปแสนน่าเอ็นดู
(แนะนำให้ชมจนจบนะคะ^^)
*โปรดสังเกตตำแหน่งริมฝีปากที่เธอจงใจวาง
คำแปลโดยย่อจากรายการที่ไปตามคุณป้าอะโดะในหนึ่งวัน
วันของคุณอะโดะจะเริ่มจากหลังเที่ยงกับพี่สาวคุณอะโดะ ครั้นบ่ายคุณอะโดะจะไปโปรยข้าว
เก่าและเปลือกแอปเปิ้ลให้กับเหล่านกน้อยที่มักจะเยี่ยมเยียนเป็นประจำ ตอนแรกนกน้อยก็
มีมาเยือนเพียงไม่กี่ตัว ซึ่งเธอตั้งชื่อให้ทุกตัว แต่หลังเพิ่มขึ้นเยอะเป็นสิบกว่าตัว แม้จะตั้งชื่อ
ให้หมด แต่ก็จำไม่ได้ว่าตัวไหนเป็นตัวไหน
ไม่ว่าเด็กสาวยุคไหนๆ ต่างก็หลงรักภาพของคุณอะโดะที่แสนน่าเอ็นดู ในขณะเดียวกันก็แฝง
ด้วยความเซ็กชี่เล็กๆ สัญลักษณ์ของคุณอะโดะก็คือหมวก ที่เธอมีมากมายหลายแบบเป็นร้อย
ใบซึ่งล้วนแต่ทำเองทั้งสิ้น
แม้จะเห็นว่าคุณอะโดะร่าเริงแบบนี้ แต่เธอก็มีความเครียดเช่นกัน ซึ่งเธอมีวิธีคลายเครียด
เฉพาะตัวสมเป็นคุณอะโดะ ด้วยการใช้จอบขุดหลุมแล้วบ่นใส่ เสร็จก็กลบปิดหลุมเหยียบ
จนแน่น ฝังเสียงบ่นนั้นลงไป
ครั้นราวหกโมงเย็นก็เตรียมอาหารเย็น ทานพร้อมกับครอบครัวและคนในคณะละคร พอทุก
คนเข้านอนหมดแล้วในราวๆเที่ยงคืนก็ถึงเวลาวาดรูป เป็นเวลาส่วนตัวเพียงคนเดียว และสิ่ง
ที่ขาดไม่ได้ก็คือเพลงบลูส์เก่าๆ ที่เธอชื่นชอบมาก บอกว่าฟังแล้ว รู้สึกว่าชีวิตดีจริง แม้เพลง
จะเศร้าแค่ไหนแต่ก็รู้สึกดี โดยช่วงวาดรูปก็จะต่อเนื่องเช่นนี้ไปถึงราวตีสี่
^_^
เติมพลัง
1.1.13
หมายเหตุ
แวะไปที่ booktailor group
ห่อ no.4
ห่อกระดาษสีโอโรสผูกปลายทั้งสองข้างด้วยเชือกสีแดง
กับลายใบเมเปิ้ลพิมพ์ทองและอักษรคันจิ 秋襲 akigasane
บอกใบ้ความนัยถึงฤดูใบไม้ร่วง
และทันทีที่คลี่กระดาษห่อออก
กลิ่นอายของใบไม้เปลี่ยนสีพลันฟุ้งกระจายไปทั่ว
ราวกับใบเมเปิ้ลร่วงลอยละลิ่วลงซ้อนกันสู่พื้นในเบื้องหน้าสมดั่งชื่อ
秋襲 akigasane โยคัง วุ้นถั่วแดงเวอร์ชั่นเฉพาะฤดูกาลจากร้าน 鶴屋吉信 tsuruyayoshinobu
เป็นขนมหวานจำกัดเวลา ขายในช่วงต้นเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนเท่านั้น
ใบเมเปิ้ลหลายสีกระจายตัวซ้อนฝังอยู่ในวุ้นใสหน้าชั้นถั่วแดงกวน
ราวกับใบไม้ร่วงบนพื้นดินจริงๆ งดงามทั้งมุมบนและมุมข้างยามตัดแบ่ง
ฉายภาพแห่งฤดูใบไม้ร่วงอย่างละเมียดละไม ชักชวนให้ลิ้มรสในโดยพลัน
ช่างเป็นห่อของฝากที่ห่อหุ้มพกพาความงามแห่งฤดูกาลมาให้ได้อิ่มเอม
ทั้งสายตา รสชาติและจิตใจ
*เป็นของฝากจากเจ้านายเก่าที่เคารพแวะมาเที่ยวกรุงเทพเมื่อวานก่อน



















