Friday, August 31, 2007

ランドセルしょって



หนังสือเล่มใหม่ของ k.m.p. เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความสุข ความสนุกในวัยประถม
ผ่าน อุเมะจัง ที่เสมือนเป็นตัวแทนของทุกคน ประทับภาพเรื่องราว และมุขต่างๆ
ที่ล้วนสร้างรอยยิ้มให้หวนคิดถึงวัยเด็กของตน
เต็มไปมุข มุมภาพ และมุมมอง ที่หยิกแก้มยึดยิงฟัน ขบขัน
แล้วร้องในใจว่า ใช่ๆ


หน้าขวา - "พุดดิ้ง" ได้หรือยังน้า?

หนังสือน่ารัก แต่ก็ต้องแอบอึ้งเล็กๆ
เมื่อเปิดไปที่ หน้าแนะนำหนังสือเล่มนี้ ที่เว็บไซต์ของ k.m.p.
โอ้...มาอีกแล้ว...handmade เจ้าคะ
ร่าง วาด ตัด แปะ


หน้าซ้าย - ไปโรงเรียน ไม่ได้!

ส่วนชื่อหนังสือคำว่า ランドセル คือ กระเป๋าเป้หนังใบใหญ่แสนหนักอึ้ง
สัญลักษณ์คู่กับชีวิตวัยประถมของเด็กญี่ปุ่น
มาจากภาษาดัชท์ว่า ransel ที่แปลว่ากระเป๋าเป้นั่นเอง
(คุณพี่ญี่ปุ่นแกชอบยืมภาษาต่างชาติมาทับศัพท์ดะ ยืมไปทั่ว ไม่แค่อังกฤษ เยอรมันแกก็ยืมมาแยะ)
ดั้งเดิม ransel เป็นเป้ทหารยุโรป
ในสมัยเมจิที่ 18 หรือค.ศ.1885 Gakushuin (เป็นโรงเรียนที่ตั้งขึ้นมาเพื่อการศึกษาแก่ราชนิกูล)
ได้มีการห้ามมิให้นักเรียนนั่งรถม้าหรือรถคนลาก ไปโรงเรียน
จึงเริ่มใช้กระเป๋าเป้เพื่อใส่หนังสือเรียนและกล่องอาหาร
ต่อมาในปี ค.ศ.1887 นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ถวายกระเป๋า ransel ที่ทำจากหนัง รูปทรงกล่อง
แด่จักรพรรดิไทโชซึ่งในขณะนั้นยังทรงเป็นมกุฏราชกุมารเมื่อเข้าเรียนชั้นประถมที่ Gakushuin
อันเป็นต้นแบบของ ransel ต่อๆมา และใช้กันแพร่สำหรับโรงเรียนประถมในยุค 1950 เป็นต้นมา

กระเป๋า ransel นิยมทำจากหนังวัวแท้ และมีราคาค่อนข้างสูงมาก (ปัจจุบันเฉลี่ยราว 35,000 เยน)
แม้เดี๋ยวนี้จะมีที่ทำจากหนังเทียมด้วย แต่ก็ยังไม่ถูกนัก
ด้วยความคงทน แข็งแรง จึงสามารถใช้ได้ตลอด 6 ปีของชั้นประถม
สีที่นิยม คือ สีแดงสำหรับเด็กผู้หญิง สีดำสำหรับเด็กผู้ชาย
หลังๆมีสีและดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย อย่างสีชมพูหวานแหววก็มี
เป็นของขวัญที่คุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยายนิยมมอบแก่หลาน เมื่อถึงวัยเข้าเรียน

3 comments:

  1. หนังสือน่าอ่านดีค่ะ
    เรื่องกระเป๋าเป้ น่าจะเป็นสิ่งที่คู่กับเด็กๆญี่ปุ่นจริงๆ
    เพราะว่าพอพูดถึงก็นึกภาพออกเลย

    ReplyDelete
  2. ไม่เกี่ยวกะเรื่องหนังสือหรอกครับ เพราะอ่านม่ายออก รอแปลไทยก่อน

    แต่จะแจ้งว่า ไปหม่ำไอติมมาแร้ว Dolce Dekopon กะ Mario Gelateria Blue Salt กะ Sicilian Salt (และวนิลา อิอิ)

    อร่อยสุดยอด

    หน้าร้อน กะไอติม สุขสุดๆ :)
    ขอบคุณอีกครั้งสำหรับข้อมูลนะครับ

    ReplyDelete
  3. หน้าหนาวกับไอติมยิ่งอร่อยกว่าหน้าร้อนนะคะ
    ขอบคุณสำหรับรายงานเช่นกันคะ

    ReplyDelete