Saturday, March 26, 2011

12.3.2011 part2

ย้อนกลับไปตอนเดินกลับโรงแรม ได้แวะร้านสะดวกซื้อใกล้ๆนั้นเห็นชั้นของบรรดาข้าวกล่อง ขนมปัง บะหมี่กระป๋อง ขนมขบเคี้ยวเกลี้ยงเรียบ บอกถึงสถานการณ์เมื่อวันศุกร์ในโตเกียวได้เป็นอย่างดี แค่สถานีชินจุกุที่พักอยู่ใกล้ๆนี้ ปกติสถานีเดียววันๆมีคนใช้บริการกันเป็นล้านๆคน เมื่อรถไฟหยุดวิ่ง แต่ท้องมิอาจหยุดหิว ก็ย่อมเรียบวุธเป็นธรรมดา แต่หาได้ขาดแคลนไม่ เพียงแต่ทุกอย่างชะงักงันไปหมดเมื่อวานนี้ การขนส่งยังไม่เต็มรูปแบบ จึงยังมาเติมสินค้าที่หน้าร้านไม่ทันเท่านั้น





หลังจากได้รีชาร์ตด้วยการงีบพักใหญ่ ชีวิตมีแต่ก้าวไปข้างหน้าจึงไม่รอช้าที่จะออกไปท่องท่อมต่อ จากการสอบถามพูดคุยก็ได้ความว่าเมื่อวานนี้ที่โตเกียว แผ่นดินไหวระดับ 5 ชนิดรู้สึกแรง และเนื่องจากรถไฟหยุดวิ่ง พนักงานห้างจึงจำค้างคืนกันอยู่ในห้าง คนที่อยู่ใกล้หน่อยก็ใช้เดินเอาเป็นชั่วโมง โทรทัศน์ยามนั้นทุกช่องได้ผันรายการทั้งหมดเป็นรายงานพิเศษความคืบหน้าเป็นไปของเหตุการณ์ทั้งสิ้น ภาพจากโทรทัศน์เห็นคนซื้อจักรยานกันเดี๋ยวนั้นเพื่อขี่กลับบ้าน เล่นเอาร้านจักรยานขายดีไม่รู้ตัว เกลี้ยงร้านกันเลยทีเดียว ส่วนตึกสูงๆในโตเกียวก็โยกซ้ายขวากันไปมา ซึ่งเป็นไปตามวิธีการก่อสร้างที่รองรับแผ่นดินไหว ไม่มีความเสียหายร้ายแรงใดๆ ที่ขลุกขลักที่สุดก็เป็นเรื่องคมนาคม การที่รถไฟหยุดวิ่งนี้ทำให้ชีวิตด่วนจี๋ของโตเกียวสะดุดกันไป

ทว่าในวันนั้นห้างร้านบางแห่งปิดทำการ หลายๆที่แถวชินจุกุอย่าง Lumine หรือ Marui ก็ปิด มี Isetan ที่เปิดแต่ก็ปิดก่อนเวลาปกติ ในวันเสาร์นั้นห้างที่เปิดทำการรวมทั้งที่แถบอื่นอย่างชิบุยะ กินซ่าก็ปิด 18:00 น.กันหมด เล่นเอาเร้าใจ ต้องรีบซื้ออย่างเร่งด่วน ด้วยยังเพิ่งได้ออร์เดอร์ของฝากเพิ่มเติม ทำให้ต้องกระวีกระวาดพุ่งไปซื้อแทบไม่ทัน ด้วยความเอะใจก็เลยถามพนักงานห้างเผื่อไว้ว่าวันพรุ่งนี้เปิดกี่โมง ปิดกี่โมงกันไว้ก่อน ปรากฏว่าวันอาทิตย์ก็จะปิด 18:00 น.เช่นกันค่ะ เลยต้องรีบทวนว่ายังมีอะไรที่ต้องซื้อหาอีก เย็นใจกันไม่ได้นะคะ ชอปปิ้งมอลล์รอบๆชินจุกุที่ปกติปิดดึกกัน 4 ทุ่ม ก็ปิดแต่หัวค่ำกันหมด ไม่ก็ไม่เปิดบริการเลย รวมถึงบรรดาจอภาพขนาดยักษ์กลางกรุงทั้งหลายก็พร้อมใจกันปิด ไร้สีสันความเคลื่อนไหวใดๆ เหตุผลก็เพราะโรงฟ้านิวเคลียร์ที่ฟุคุชิมะเสียหายจากทสึนะมิ (ตอนนั้นยังไม่ระเบิด) ทำให้ขาดกำลังไฟอย่างมากนั่นเอง



13.3.2011

โรงไฟฟ้าเริ่มมีปัญหามากขึ้น ที่จริงนับตั้งแต่ช่วงแรกๆที่ไฟฟ้าดับทั่วเมืองคะมะคุระ ก็ซึ้งในชีวิตที่ขึ้นกับการบริโภคพลังงานอย่างสูงสุด วิถีชีวิตที่คล่องตัวรวดเร็วในญี่ปุ่น แทบทุกอย่างนั้นขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเสียส่วนใหญ่ พอไฟดับที แทบทุกอย่างจึงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ ตู้กดอัตโนมัติกลายเป็นตู้ไม่สามารถกดอะไรได้ ร้านสะดวกซื้อกลายเป็นร้านไม่สะดวกขาย ซุปเปอร์มาร์เก็ตกลายเป็นซุปเปอร์ไม่มาร์เก็ตเพราะไฮโซไฮเทคเจอสถานการณ์โลเทคจึงไร้ไฟยิงบาร์โค้ด ถนนหนทางติดขัดเพราะไร้ไฟจราจร ในขณะที่ร้านโชห่วยกลับสะดวกซื้อเพราะไม่ได้ใช้เครื่องบันทึกเงินสดออนไลน์ แผงผักผลไม้ที่ตลาดขายกันสนั่นเพราะเจ้าของแผงเป็นเครื่องแคชเชียร์ในตัว ร้านขายยะคิโทะริริมทางยังคงเสริฟ์ไก่ย่างเสียบไม้ได้ไม่ติดขัดเพราะใช้เตาถ่าน

ในคืนวันอาทิตย์นี่เอง รัฐบาลออกประกาศว่าในวันจันทร์ จำต้องมีการดับไฟฟ้าในโตเกียวด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าขณะนี้ไม่สัมพันธ์ใดๆเลยกับการบริโภคปกติ มีความขาดแคลนกำลังไฟเป็นอย่างมาก โดยจะเริ่มดับไฟเป็นช่วงๆ คราวละ 3 ชั่วโมงวนในเขตที่กำหนด ไล่ไปตั้งแต่เช้าตรู่ แล้วพื้นที่ที่ประกาศจะดับไฟนั้นกินวงกว้างและมากมายหลายพื้นที่ แน่นอนว่าเว้นเขตธุรกิจสำคัญไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นเขตพื้นที่พักอาศัย

โอ้! เราจะกลับตามกำหนดในวันจันทร์พอดี ไม่รบกวนเพิ่มการบริโภคไฟแก่ท่าน ตั้งแต่วันเสาร์เราก็พยายามใช้ไฟแต่น้อยเท่าที่ทำได้ เปิดใช้เท่าที่จำเป็นอยู่แล้ว

และแม้จะเข้าวันที่สองหลังเหตุการณ์ รถไฟสายต่างๆแม้จะกลับมาให้บริการส่วนใหญ่แล้ว แต่ก็ยังคงไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ขบวนเที่ยวรถยังอยู่ราว 50% หรือบางสาย 30% ของปกติเท่านั้น การไปไหนมาไหนจึงยังไม่รวดเร็วด่วนจี๋เท่าเดิมอยู่

นอกนั้นในโตเกียวทุกคนใช้ชีวิตตามปกติ แต่ก็ช่วยกันลดใช้พลังงานเท่าที่จะทำได้กัน บรรยากาศความตื่นตัวคึกคักจึงดูลดแผ่วไปมาก ไร้ซึ่งป้ายไฟที่ส่งแสงสีตระการตา ไม่มีความสว่างจ้าที่เปิดกันเต็มสตีมในทุกตึกอย่างเคย หากเห็นแต่ภาพอาจดูเงียบสงบแปลกตา แต่ไม่ได้ให้อารมณ์ความหดหู่หรือวังเวง ในทางกลับกัน กลับรู้สึกได้ถึงพลังแห่งความร่วมมือร่วมใจ ความเข้มแข็งที่ยืนเคียงข้างกันมากกว่า

ตั้งแต่วันเสาร์จนถึงวันอาทิตย์ ยังคงมีอาฟเตอร์ช็อคสั่นไหวอยู่ประปราย อันเป็นปกติของหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ (ไม่นับรวมที่คิดว่าไหวไปเองก็มีอยู่หลาย ^^) อย่างไรก็ไม่ประมาทเป็นดี จึงเตรียมกระเป๋าสะพายที่บรรจุข้าวของสำคัญอย่างหนังสือเดินทาง เงินสด ยา น้ำดื่ม ผ้าพันคอ ฯลฯ ไว้ใกล้มือที่สุดยามนอน

แพ็คกระเป๋าเรียบร้อย รถบัสลิมูซีนก็จองไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเหตุการณ์ พรุ่งนี้เช้าแว่บไปซื้อผลไม้ฝากแม่กะพ่อก่อน แล้วกลับมาขึ้นรถบัสที่โรงแรมไปนาริตะ โอเค กู๊ดไนท์ค่ะ หลับสบายโดยยังไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยว่าวันรุ่งขึ้นจะได้ตาโตเป็นแคนดี้ แคนดี้แต่เช้า

つづく

6 comments:

  1. ฺำBehindsceneMarch 26, 2011 at 5:41 AM

    อยากรู้จัง ตาโตเป็นแคนดี้ แคนดี้ ตาโตเป็นแคนดี้ แคนดี้ นี่คืออะไีร
    รอลุ้นๆๆ

    ReplyDelete
  2. แคนดี้จอมแก่นน่ะหรือคะ ^________^

    ReplyDelete
  3. น่ารักกว่าตาโตเป็นไข่ห่านอีกค่ะ :)

    ReplyDelete
  4. คุณ behindscene : ตาโตแบบการ์ตูนเรื่องแคนดี้สาวน้อยจอมแก่นที่มีทั้งดวงดาว/พระจันทร์เสี้ยวส่งประกายวิ้งๆไงคะ
    คุณตี้ : ใช่แล้วค่ะ ^^
    คุณปุ๊ก : 555 :D

    ReplyDelete
  5. นึกไม่ออกว่า ป้าหมูจะเอาส่วนใหนมาเป็นตาแคนดี้อ่ะครับ อิอิ

    ReplyDelete