หน้าตา
หน้าตา หมายถึง ใบหน้า, ใบหน้ารวมทั้งบุคลิกท่าทาง, เกียรติ, การยอมรับจากคนอื่น
มนุษย์มักถูกดึงดูดด้วย”หน้าตา”
ล่อตาล่อใจ หยุดความสนใจ
อยากเข้าใกล้ อยากใกล้ชิด อยากครอบครอง อยากเป็นเจ้าของ
หน้าตาเป็นเช่นไรก็มักถูกพ่วงความคาดหวัง
ด่วนสรุป ด่วนเหมา ด่วนคิดว่าเป็นเช่นนั้นในเนื้อใน
แต่บางครั้งหรือหลายครั้ง บางทีหรือหลายที
หน้าตากับเนื้อในนั้นกลับแตกต่างกันคนละเรื่อง ราวฟ้ากับดิน ขาวกับดำ
แม้ทุกคนจะตระหนักรู้ดี แต่ก็อดที่ไม่ได้ที่จะถูกเย้ายวนด้วย”หน้าตา”
น้องหนูมะริจังหน้ากลมแก้มป่องยิ้มพริ้มสุดน่าเอ็นดูบนกล่องสีส้มโดดเด่นเด้งเตะตา
ท่ามกลางกล่องข้าวปั้นข้าวกล่องหลากชนิดของ 芝寿しshibazushi ร้านซุชิเบนโตะ
เก่าแก่ชื่อดังของคะนะซะวะ หนูมะริหน้าตาน่าหยิกเหลือใจขนาดนี้ จะอดใจ ห้ามใจ
มิให้อยากลิ้มลองได้อย่างไรไหว แม้ข้าวปั้นซุชิแบบกดของร้านชิบะซุชิจะเลื่องชื่อ แต่
おはぎのマリちゃん โอะฮะกิ โนะ มะริจังก็เป็นหนึ่งในของเด็ดขึ้นชื่อของร้านที่มีชื่อ
เสียงล่ำลือระบือไกลอีกด้วย แม้ออกจะประหลาด น่าแปลกที่ร้านซุชิเบนโตะมีหมัดเด็ด
เป็นโอะฮะกิ ด้วยโอะฮะกินั้นเป็นของหวานชนิดหนึ่ง ไฉนเจ้าแห่งซุชิจึงต่อยหนักถนัด
ในด้านหวานด้วยเอ่ย อาจด้วยความเชี่ยวชาญในเรื่องข้าวที่มีบทบาทสำคัญของทั้งซุชิ
และโอะฮะกิกระมังหนอ
แม้จะหลงใหลให้ใจไปกับหน้าตาน้องมะริจังแล้ว แต่อย่างไรก็ต้องมาพิสูจน์เนื้อในกับ
หน้าตากันด้วย ซึ่งก็ได้แต่สร้างรอยยิ้มพริ้มไม่ต่างไปจากหน้าน้องที่ฝากล่อง เรียกได้ว่า
น่ารักทั้งรูปและรส มิได้น่าเอ็นดูแต่เพียงกล่อง ทว่าเนื้อในหนูก็อร่อยชนะเลิศอีกด้วย
จากความนุ่มนวลละมุนของตัวข้าวและข้าวเหนียวแต่ไม่ถึงกับเหนียวหนึบเป็นแป้งโมจิ
ด้วยยังคงรูปลักษณ์แห่งเม็ดข้าวอยู่พอลางๆ ห่อหุ้มไว้ด้วยถั่วแดงบดทั้งเปลือกที่กวนอย่าง
บรรจงถึง 3 ชั่วโมงในความหวานแบบพอดิบพอดี ไม่ขาดไม่เกิน ไม่มีบาดคอ ไม่ต้อง
หยีตา แซมด้วยรสเค็มปะแล่มๆของเกลือ ตัดพอไม่ให้เลี่ยน แต่ที่แหวกแนว แปลกสุดพิเศษ
ไม่เหมือนใครก็ตรงที่มีผักดองมาให้เป็นเครื่องเคียงด้วย! กล่องหนึ่งมี 4 ชิ้นขนาดราว
ไข่ไก่ ราคา 420 เยน หาซื้อได้ตามห้างหรือที่เฮียกคุบังไกในสถานีคะนะซะวะ ทุกชิ้น
ทุกคำทำด้วยมือวันต่อวัน เพื่อความสดใหม่และความอร่อยจึงแนะนำให้รับประทานภาย
ในวันเดียวค่ะ
*おはぎ โอะฮะกิเป็นขนมหวานเวอร์ชั่นกลับตาลปัตรกลับด้านจากขนมญี่ปุ่นส่วนใหญ่
ที่ด้านนอกมักเป็นแป้งแล้วมีไส้เป็นถั่วกวน แต่ภายนอกของโอะฮะกินั้นเป็นถั่วแดงกวน
โดยมีข้าวผสมข้าวเหนียวเป็นไส้อยู่ข้างใน
อ่านยัง?
blog parts สุดน่าหยิกของเว็บเพจประจำปีนี้ของ yonda ฝีมือ 100%orange เช่นเคย
มี wallpaper ให้ดาวน์โหลดด้วยที่นี่
*yonda? หรือ อ่านยัง? กลยุทธ์ส่งเสริมการขายให้คนอ่านหนังสือปกอ่อนฉบับกระเป๋า
ของสำนักพิมพ์ shinchosha ด้วยการสะสมแต้มแลกของสมนาคุณสุดแสนน่าเอ็นดู
ที่ออกแบบโดย 100%orange
ตะลึง

ตะลึง – จังงังไปเพราะคาดไม่ถึง
ตะลึงตะไล – ตะลึงพรึงเพริด
ตะลึงพรึงเพริด – ตะลึงจนลืมตัว
ตะลึงลาน – ตะลึงเมื่อได้พบ

ทั้งหมดคืออาการที่เกิดเมื่อสายตาไปปะทะกับร้าน 松田久直商店 มัทสึดะฮิซะนะโอะ โชเทน
ร้านขายผักผลไม้ที่สวยหยด หยุดสายตาสะกดให้ยืนนิ่ง จังงังในความงดงามของเหล่า
ผักผลไม้ สีสันที่บ่งบอกความสดใหม่ราวกับเพิ่งเด็ดเพิ่งเก็บมาจากหลังร้านณ.นาทีนั้น
ผิวพรรณก็แสนเต่งตึง สวยไร้ตำหนิ ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความเหน็ดเหนื่อยจากการขนส่งใดๆ
รูปร่างรูปทรงที่ช่างสมบูรณ์ งามหยดในทุกกลีบ ทุกใบ ทุกลูก ทุกผล ทุกหัว ไม่มีอาการ
ห่อเหี่ยว สลดหดหู่ ช่างสดใสเปล่งปลั่งในทุกอณู

แข็งแรงแข็งแกร่งในทุกกลีบทุกใบ

ทุกชนิดมีป้ายชื่อ ระบุแหล่งผลิต ราคา (รวมถึงข้อมูลพิเศษเพิ่มเติมในบางชนิด)


ใจละลายไปกับสีสัน

คงหวานกรอบน่าดู
หลังจากตื่นจากอาการตะลึง ก็สูดหายใจลึกๆตุนไว้ก่อนจะก้าวเข้าไปในร้าน เผื่อไว้ว่า
จะลืมหายใจเมื่อเข้าไป แล้วก็เป็นดั่งคาด โอ้!แม่เจ้า น้องผัก น้องผลไม้ที่เรียงรายแน่นขนัด
ได้ถูกจัดวางไว้อย่างตระการตาเหลือใจ น่าซื้อหากลับไปปรุง ไปหม่ำไปเสียหมด อยากมี
ครัวในห้องพักในบัดดล แต่ก็จนใจในความจริง ครั้นพอจ้องเขยิบที่ด้านใน เห็นเป็นครัวเปิด
อยู่ท้ายร้าน ทำเอาใจระทึกอีกรอบ เป็นมุมปรุงอาหารสำเร็จนั่นเอง ใส่เป็นแพ็คน้อยๆให้ได้
ซื้อกลับบ้าน สร้างความลิงโลดสุดแสน รีบสแกนเมนู แล้วรีบคว้ารีบซื้อกลับไปลิ้มในทันที

บรรยากาศภายใน


มุม take home

มุมขนมแบบโฮมเมดในหีบห่อสุดน่ารักที่ผนังตรงหน้าร้าน
ร้านมัทสึดะฮิซะนะโอะ โชเทนแห่งนี้เพิ่งเปิดเมื่อเมษายน 2009 แปลงร่างมาจากร้านเดิม*
ที่แม้จะมีรากฐานที่แน่นปึ้กดำเนินกิจการมาเป็นร้อยปี เชี่ยวชาญในเรื่องผักผลไม้เป็นอย่างดี
ทว่าก็ตระหนักในกลยุทธ์การขายที่แปรเปลี่ยน ถึงยามปรับตัวสู่ยุคใหม่ จึงปรุงแต่งการนำเสนอ
และภาพลักษณ์ให้โดดเด่นทัดเทียมกับความแข็งแกร่งในเรื่องผักผลไม้ที่มีอยู่ ผลลัพธ์คือ
ความตะลึงแก่ผู้ไปเยือน เพิ่มระดับเสน่ห์ของถนนสายเท่ชินทะเทะมะฉิขึ้นไปอีก
*link – ชมหน้าตาร้านเดิม (รูปล่างขวามือ) ก่อนเมคโอเวอร์ฝีมือของ studio KOZ

松田久直商店 MatsudaHisanaoShoten
3-104 shintatemachi, kanazawa
8:00 – 18:00 หยุดวันอาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์
อยู่ในตรอกชินทะเทะมะฉิ เข้าไปประมาณหนึ่งบล็อค อยู่ฝั่งขวามือเลยร้าน vemeer มาหน่อยนึง
(ท่อมคะนะซะวะ แผนที่ KataMachi/TateMachi/ShintateMachi p.220)
ละมุน
月天心 ทสึคิเทนชิน ร้านขนมญี่ปุ่นที่แม้จะเพิ่งเปิดเมื่อตุลาคม 2009
ก็ฮอตฮิตเป็นที่กล่าวขวัญและนิยมกันในหมู่ชาวคะนะซะวะทั้งหลาย
ดำเนินกิจการโดยคู่สามีภรรยา คนรุ่นใหม่แต่ฝีมือขั้นเยี่ยมยุทธ
วะกะชิของทางร้านเป็นแบบขนมสดทำวันต่อวันในจำนวนจำกัด
มีทั้งซื้อกลับบ้านและพื้นที่ 2 โต๊ะเล็กๆให้ได้ละเลียดความละมุน
ขนมหมดก็ปิดร้าน! แต่กว่าจะจ้ำไปถึงขนมหลายชนิดก็หมดเกลี้ยงเสียแล้ว
ดีที่ยังมี 栗入りよもぎ餅 เจ้าโยะโมะกิโมะฉิไส้เกาลัดเหลืออยู่
ให้คนบ้าเกาลัดรีบสั่งมาทานคู่กับมัทฉะในทันใด
สำหรับคนไม่นิยมมัทฉะ เขาก็มีโฮจิฉะให้เลือกแทน
ทันทีที่ตัดเจ้าโยะโมะกิโมะฉิสีเขียวเนื้อนวลนุ่มที่ห่อหุ้มเกาลัดสีเหลืองอ๋อยเม็ดเบิ้มมหึมา
เข้าปาก ความหนืดนุ่มของเนื้อแป้งก็พาความนุ่มหยุ่นสุดละมุนไปทั่วปาก
เคล้ากับเนื้อสัมผัสของเกาลัดที่เชื่อมมาในระดับหวานแบบถ่อมตัว
ส่งความหวานแบบทางสายกลาง ไม่มากไป น้อยไป ชนิดพอดี กำลังดี
ช่างดึงเบรคมือหยุดความหวานไว้ในระดับละมุนไร้ที่ติโดยแท้
นำพาให้ทั้งสมองและจิตใจล่องลอยไปความอร่อย ได้แต่โปรยปรายยิ้มพริ้มไปทั่ว
จนต้องพาสัมผัสที่สุดละมุน เหนียวนุ่มหยุ่นผสานความหวานปะแล่มพอดิบพอดีนี้
ซื้อกลับไปทานต่ออีกหลายชิ้น ซึ่งแม้จะแกะมาหม่ำในมื้อดึก
ความนุ่มละมุนก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปร ไม่แปลงร่างแข็งโป้กหรือตกสะเก็ดให้เสียใจแต่อย่างใด
มีแต่ความละมุนและละมุนและละมุน สร้างแต่ยิ้มละมุนเท่านั้น
แล้วราคาก็ย่อมเยา อย่างเจ้าโยะโมะกิโมะฉิไส้เกาลัด ชิ้นละ 160 เยนเท่านั้น
ขนมอร่อยๆนอกจากจะละมุนลิ้น ละมุนรส และยังสร้างความละมุนในหัวใจอีกด้วย
月天心 tsukitenshin 10:00-19:00 หรือเมื่อขนมหมด
หยุดวันอังคาร (และวันพุธแบบไม่ประจำ)
3-10-2 higashiyama, kanazawa
ไปทานซุชิ
ชินโนะซุเคะเป็นร้านที่ขึ้นชื่อร้านหนึ่งของเมือง ทำให้ต้องรีบโทร.จองที่ไว้ตั้งแต่ไก่โห่
จากกรุงเทพฯ กระนั้นเองวันที่หมายมั่นแต่แรกก็ยังเต็ม จนตั้งรีบสลับคิวกับร้านอื่นๆที่
จองไปแล้ว โชคดีที่พอตระครุบคิวร้านนี้ แล้วไปเปลี่ยนคิวของอีกร้านเป็นอีกวันได้ลงตัว
พอปะหน้าคุณผู้จัดการร้านคนสวยที่ออกมาแขวนโนะเรนพอดี จึงรีบแจ้งชื่อเสียงเรียง
นามที่จองไว้ พร้อมกับก้าวเข้าภายในร้านที่งามเรียบเนี้ยบ หลังจากที่เข้าประจำที่ที่หน้า
เคาน์เตอร์เรียบร้อย โกะชูจินหนุ่มน้อยร่างเล็กได้กล่าวต้อนรับ พร้อมสอบถามถึงความ
ประสงค์ในการหม่ำ ถึงระดับการโอะมะคะเซะ ว่าระดับไหนดี ซึ่งได้เลือกระดับเบสิคดู
ก่อน แล้วค่อยเพิ่มเติมทีหลังหากไม่เพียงพอหรืออยากทานอะไรเป็นพิเศษ อันเป็นวิธี
เช็คความถูกปากของตัวเองที่มีต่อร้าน และยังเป็นวิธีควบคุมงบประมาณอีกด้วย
จากนั้นปฏิบัติการคำแรกนั้นเริ่มด้วย ไท ปลากระพงเนื้อใสแจ๋ว

ลอยมาจอดแลนดิ้งอย่างสวยงามบนจานกระเบื้องสี่เหลี่ยมหน้าเคาน์เตอร์
อู้! กระชากยิ้มกว้าง ต่อด้วยจังหวะกระพริบตาถี่ๆกับ อะโอะริ อิคะ ปลาหมึก

ตามด้วยเนื้อสีแดงเข้มของ มะกุุโระ โนะ ทสึเคะ ที่แช่รสมาอย่างเข้าเนื้อแบบชุ่มฉ่ำ

แล้ววาบวับด้วย อะจิ โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียด

พักซดซุปปลากระพงปรับความมัน เพื่อมาต่อด้วยความหวานของอะมะเอะบิ

กุ้งหวานที่ประดับมาด้วยไข่แบบพูนๆ ฝั่งผู้ร่วมทางที่แพ้กุ้งนั้น ก็เป็นปลาโคะไดแทน

ตบด้วยความเข้มของอิคุระ ไข่ปลาเม็ดเบิ้มห่มสาหร่ายโปะเป๊าะไปเต็มปาก

เปลี่ยนรสสัมผัสด้วยความแน่นหนึบของ ไบ หอยตัวเบิ้ม

แล้วหักเลี้ยวรสด้วยอุนะคิว ปลาไหลเนื้อนุ่มละลายในปากที่สุดมันชุ่มประสานสัมผัส
กรุบกรอบของน้องแตงกวาที่เคียงคู่ม้วนมาในแบบมะคิข้าวห่อสาหร่าย

ตบท้ายด้วย ชิโซะมะคิ ใช้ความหอมพร้อมล้างมันของปลาไหล

เป็นอันปิดจบขั้นเบสิคมื้อกลางวัน 2,500 เยน ของทางร้าน เบ็ดเสร็จคนละ 10 อย่าง
คับคุณภาพความสดใหม่และบรรยากาศอันสุนทรีย์ หลังจากนี้ได้มีการเสริมทัพสั่งต่อ
อีกเล็กน้อย พออิ่มหน่ำได้ที่ ก็รบกวนทางร้านช่วยโทร.เรียกแท๊กซี่กลับเข้ากลางใจเมือง
ไปท่อมท่องต่อ เริ่มต้นมื้อแรกของทริปได้อย่างตาลุกตามมาตรฐานความสดใหม่แห่ง
คะนะซะวะ ชินโนะซุเคะแห่งนี้เรียกได้ว่าจังหวะในการปั้น ช่วงเวลาที่ทิ้งห่างแต่ละคำให้
ได้ละเลียดรส ขนาด รสชาติและคุณภาพถือว่าดีมาก บรรยากาศร้านก็สวย เรียบนิ่งมาก
ทว่าก็ยังชอบและถูกปากในรสชาติและความอบอุ่นของร้านโอะโทะเมะซุชิ (ท่อมคะนะซะวะ
หน้า 166 ) มากกว่าอยู่ดี ซึ่งรอบนี้ก็ได้ไปย้ำซ้ำความอร่อยมาด้วยเช่นกัน ไว้จะมาเล่าใน
โอกาสต่อไปนะค่ะ
*เทคนิคในการรับประทานที่ร้านซุชิชั้นดี นั่งที่เคาน์เตอร์ปั้นทานคำต่อคำ อันแตกต่าง
จากซุชิเวียนที่ดูจากจานก็จะคำนวณราคาได้ แต่ร้านซุชิชั้นดีแบบนี้มักไม่มีเมนูราคา
ตายตัว ขึ้นความสดใหม่ของวันนั้นๆ ดังนั้นเพื่อสุขภาพของหัวใจและกระเป๋าสตางค์ ให้
จงแจ้งงบที่ชัดเจนก่อนแต่แรก ซึ่งทางร้านจะจัดสรรความหลากหลายและความอร่อยให้
อยู่งบประมาณนั้นๆดั่งประสงค์ ทำให้ทานอย่างไร้กังวล ไม่ตกใจสิ้นสติยามจ่ายสตางค์
และถ้ามีอาการแพ้หรือไม่ชอบอะไรเป็นพิเศษ ก็ควรแจ้งตั้งแต่แรกนี้เช่นกัน ทางร้านจะ
ได้สับรางหลีกเลี่ยง จัดสรรให้ถูก เพื่อความราบเรียบในการลิ้มรส
การเดินทางสู่ร้านซุชิ
การเดินทางไปเปิปมื้อแรกที่หมายมุ่งไปลิ้มลองลงทุนจองล่วงหน้าไว้ในทริปคะนะซะวะเมื่อต้นปี
เริ่มต้นขึ้นหลังจากไปฝากกระเป๋าที่โรงแรม แล้วไถลไปชมร้านรวงในสถานีพอหอมปากหอมคอ
จากนั้นก็เลาะเลียบหลบฝนที่ตกปรอยๆไปยังป้ายรถแท็กซี่ ด้วยเป้าหมายนั้นไกลเกินเดินท่อมไหว
จึงปราดแจ้งคุณลุงแท็กซี่ถึงที่อยู่ของที่หมาย รบกวนไปที่สี่แยกตรงอิริเอะ 3 โฉเมะด้วยค่ะ
ตรงแถว autobacs (ร้านแฟรนไชล์อุปกรณ์รถยนต์) น่ะค่ะ คุณลุงก็พยักหน้าหงึกๆ
ครั้นพอใกล้จะถึงสี่แยกเป้าหมาย คุณลุงก็ถามว่าจะให้จอดตรงไหนล่ะหนู จะไปไหนหรือ
เลยบอกคุณลุงว่าจะไปร้านซุชิที่ชื่อ 芯の助 ชินโนะซุเคะ ค่ะ อยู่แถวๆสี่แยกนี้
พอถึงสี่แยกจริงๆ คุณลุงก็จอดเทียบข้างทาง พลางกดหยุดมิเตอร์ในทันที
ถามอีกครั้งว่าอยู่ฝั่งไหน ฝั่งนี้หรือเปล่า ถ้าอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องไปอ้อมกลับรถตรงโน้นน่ะ
ร้านอยู่ไหน เห็นหรือยังหนู จึงตอบว่ายังไม่เห็นค่ะ จากแผนที่นั้นอยู่อีกฝั่งถนน ข้ามไปคงเจอค่ะ
เพราะต้องเข้าตรอกไปนิดนึง แต่มีแผนที่อยู่ในมือ ลงตรงนี้ก็ได้ค่ะ
คุณลุงเลยขอดูแผนที่ พลางหาพิกัด บังเอิญที่คุณลุงเองก็ไม่รู้จักร้านนี้
แล้วจึงสั่งว่าอย่าเพิ่งลงเลย เดี๋ยวจะเลี้ยววนข้ามไปฝั่งโน้นให้ดีกว่า
ว่าแล้วคุณลุงก็เลี้ยวขวาอ้อมวนไปกลับรถ เพื่อมาอีกฝั่งที่หมาย พลางดูแผนที่ไป
ก็ขับไล่วนไป ด้วยหมายจะส่งให้ถึงที่จริงๆ โดยคุณลุงก็ออกจะงงเล็กน้อย
แม้จะไล่ดูป้ายเลขที่บ้าน ก็หาเลขที่ของร้านไม่เจอ ทำให้รู้สึกเกรงใจคุณลุงอย่างสุดแสน
พยายามบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวเดินหาเองก็ได้ค่ะ
เพราะดูจากแผนที่แล้ว ก็ควรอยู่แถวนี้แหละค่ะ (มั่นใจมาก ในขณะที่เจ้าถิ่นอย่างคุณลุงมึนตึ้บ)
แต่คุณลุงปฎิเสธว่าไม่ได้หรอก ถ้าหาไม่เจอแล้วทำไง แถวนี้ไม่ใช่หาแท็กซี่ง่ายๆนะหนู
ว่าแล้วก็กดที่อยู่หาพิกัดด้วย GPS ในรถว่าอยู่ถูกที่หรือยัง
เอ…ก็น่าจะอยู่ตรงนี้นี่น่า แต่ก็ไร้วี่แวววของร้านซุชิใดๆ
ด้วยสัญชาติญาณแรงดึงดูดที่มีต่อร้านอร่อยที่แรงกล้า หมูใคร่รู้ก็พยายามชักจูงคุณลุงว่า
คิดว่าเจ้าบ้านหัวมุมที่เราจอดเทียบด้านข้างอยู่นี่ น่าจะใช่นะคะ
คุณลุงก็ยังไม่เชื่อง่ายๆ (โถ! จะให้เชื่อคนต่างถิ่นได้อย่างไรเนอะ)
คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.ตามหมายเลขของร้านที่หมูใคร่รู้จดไว้ แต่ไม่มีคนรับสาย
ยื่งทำให้คุณลุงเป็นกังวลนักหนา เลยขออนุญาตคุณลุงก็ขอลงไปดูตรงด้านหน้าบ้านอีกทีได้ไหมค่ะ
คิดว่าใช่น่ะค่ะ ครั้นพอกางร่มลงรถ เดินไป 2 ก้าว
ก็ได้เจอกับผู้จัดการร้านคนสวยถือโนะเรน (ป้ายผ้าชื่อร้าน) กำลังจะออกมาแขวนพอดี
เนื่องจากร้านเป็นบ้านธรรมดาและเหตุที่เรามาถึงก่อนเวลาเปิด เร็วไปนิด
หน้าบ้านที่ไร้ซึ่งโนะเรน จึงดูเป็นบ้านทั่วไปหาใช่หน้าตาของร้านซูชิไม่
ณ.นาทีนั้นเอง คุณลุงจึงยิ้มแฉ่งโล่งอกโล่งใจว่าเจอแล้ว
ในขณะที่หมูใคร่รู้ซึ้งใจคุณลุงอย่างมหึมามหาศาล
ได้แต่โค้งคำนับพลางรัวคำขอบคุณคุณลุงแบบย้ำซ้ำไม่รู้จบ
ด้วยคุณลุงไม่ใส่ใจกับเวลาที่ต้องเสียไปกับการสาละวนวนหาร้านแม้แต่นิด
ค่าแท็กซี่คุณลุงก็กดหยุดมิเตอร์ตั้งแต่สี่แยก มุ่งแต่เป็นห่วงให้ถึงที่หมายเป็นสำคัญ
ทำให้เป็นอีกหนึ่งบันทึกเล็กๆในความเปี่ยมล้นด้วยน้ำใจความเอื้ออารี ความน่ารักของชาวคะนะซะวะ
ถึงร้านในที่สุด แต่ยาวมากเสียแล้ว งั้นคงต้องเปิปในตอนถัดไปเสียแล้วค่ะ
つづく
หมัก
หมัก (กริยา) – แช่ไว้ เก็บทิ้งไว้ หมกทิ้งไว้ ปล่อยให้พักฟื้น
เรื่องบางเรื่อง ของบางอย่าง บางครั้งหมักไว้แล้วเกิดผลดีก็มี
การรีบร้อน รีบรนเกินไป ด่วนสรุป ด่วนตัดสิน บางครั้งก็อาจเกิดผลเสียได้
อย่างมิโซะที่เกิดจากการหมัก ทำให้เกิดรสชาติดีๆ เป็นวิธีถนอมอาหารให้เก็บไว้ทานได้นานๆ
ทว่าไม่ควรหมักหมม เพราะหมักหมมคือสะสมค้างคาไว้ด้วยความสกปรก ค้างคาซับซ้อนอยู่
ทริปคะนะซะวะที่ย้อนไปท่อมรอบล่าสุดเมื่อต้นปี ซึ่งเหมาะเจาะพอดีกับกำหนดวันการทำมิโซะ
ที่ 高木糀商店 ทะคะคิ โคจิ โชเทน (ท่อมคะนะซะวะ หน้า 55)
จึงไดัรับการเชิญชวนให้ไปชมขบวนการเป็นขวัญตา นัยว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำมิโซะ
ตั้งต้นทำในช่วงเวลาหนาว เพื่ออุณหภูมิที่ค่อยๆแปรเปลี่ยนอุ่นขึ้นตามฤดูกาลที่ผันแปร
นำสู่ขบวนการสร้างสรรค์ให้เป็นมิโซะรสเลิศโดยธรรมชาติ
ทำมิโซะไว้ทานเองที่บ้าน ทั้งเอร็ดอร่อยและภูมิใจในฝีมือตนเอง
แล้วยังปลูกฝัง เป็นการ”หมัก”การเห็นคุณค่าในการทำมือแก่ทุกคน
เพราะการทำมิโซะนี้เป็นกิจกรรมเพื่อเผยแพร่วิธีการทำมิโซะแบบโบราณแก่ชาวคะนะซะวะด้วยกัน
ซึ่งล้วนเป็นคนรุ่นใหม่ที่ต่างอุ้มลูกกระเตงหลานมาร่วมกิจกรรมกันอย่างแน่นขนัดร้านทีเดียว
เชื่อแน่ว่าเด็กๆเหล่านี้ย่อมจะซดซุปมิโซะที่ทำเองเกลี้ยงถ้วยทุกวันแน่

เริ่มต้นด้วยการอธิบายความขั้นตอน

ใส่เครื่องบดพร้อมกับชั่งให้ได้สัดส่วน

糀 โคจิ – ข้าวที่นำไปนึ่งแล้วนำมาหมักให้เกิดเชื้อ ส่วนประกอบสำคัญในการหมักมิโซะ

หลังจากนั้นใช้มือตักส่วนผสมที่คลุกเคล้าจนทั่ว โยนใส่ในถังอย่างแรงเพื่อไล่อากาศ
ตบท้ายด้วยการใช้ไม้พายกดให้แน่นจนทั่วแล้วปิดฝา รอวันลิ้มรส
*ที่จริงแล้วภาชนะควรเป็นถังไม้ แต่เนื่องจากจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมมากมาย
ที่ต้องนำกลับไปหมักต่อที่บ้าน จึงดัดแปลงเป็นถังพลาสติกแทน

มิโซะนั้นมีหลากหลายชนิดแตกต่างกันตามชนิดของถั่วที่ใช้หมัก
แน่นอนว่ายังแยกย่อยมีเกรดมีระดับความอร่อยแตกต่างกันอีกต่างหาก
ถ้าจะให้เทียบคงคล้ายกับกะปิดี กะปิไม่ดีของไทยที่มีผลต่อรสชาติของอาหารอย่างมาก
มิโซะชิรุที่อร่อยๆ นอกจากจะต้องทำจากน้ำซุปปลาแห้งและสาหร่ายชั้นดีแล้ว
ก็มีตัวมิโซะนี่แหละที่เป็นตัวตัดสินความอร่อยและย่อมไม่มีกลิ่นถั่วฉุนกึกกวนจมูก
*ความรวดเร็วของเครื่องจักร จำนวนที่ผลิตได้มากๆในคราวเดียว
แม้จะลดต้นทุน ทำให้เราอุปโภคบริโภคสิ่งต่างๆในราคาที่ย่อมเยา
แต่ก็ทำให้เราค่อยๆห่างเหิน หลงลืมคุณค่าของการทำมือ
เสน่ห์ของความไม่สมบูรณ์แบบ ความมีเอกลักษณ์ที่ไม่ซำ้กัน
สัมผัสแห่งความมุ่งมั่นทุ่มเท การรู้จักการรอคอย
ตระหนักถึงความมีชีวิตมีตัวตนของทุกสิ่ง
การเห็นคุณค่าของสรรพสิ่งย่อมใช้เวลาในการ”หมัก”
ซองจิ๋ว
โปะฉิบุขุโระ คือ โอะมะเคะ ของแถม ของสมนาคุณเล็กๆน้อยสำหรับ”ท่อมคะนะซะวะ”ในคราวนี้
ぽち袋 โปะฉิบุขุโระ คือ ซองขนาดจิ๋วอเนกประสงค์ที่ใช้สื่อความรู้สึกได้ในทุกโอกาส
อันคำว่า โปะฉิ นั้น มาจากวลี “โคะเรปป๊ดฉิ”ที่แปลว่า นี่เป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ นิดๆหน่อยๆ
ที่ชาวคันไซกล่าวยามมอบสินน้ำใจหรือว่าทิปแก่เหล่าเกอิชาในอดีต
“โปะฉิ” จึงหมายถึง เล็กๆน้อยๆ ส่วน “บุขุโระ” (ฟุขุโระ) คือ ถุง ซึ่งในที่นี้หมายถึง ซอง
มาในวันนี้โดยทั่วไป โปะฉิบุขุโระ นั้นมักถูกใช้เป็นซองใส่เงินแก่เด็กๆในช่วงปีใหม่
เหมือนกับอั่งเปาหรือแต๊ะเอียนั่นเอง
และด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูของขนาด สีสันและลวดลายของโปะฉิบุขุโระ
ทั้งยังสามารถสื่อความรู้สึก สะท้อนความใส่ใจของผู้ให้สู่ผู้รับ
แบบไม่เคร่งเครียด จริงจัง เป็นทางการนัก ทว่ามีรสนิยม
ปัจจุบันการใช้น้องซองจิ๋วนี้ จึงไม่จำกัดเฉพาะการบรรจุเงินขวัญถุงในโอกาสวันปีใหม่
หากเป็นสิ่งของเล็กๆน้อยๆ อะไรก็ได้ที่สามารถใส่ลงในซองจิ๋วนี้ได้
จากการ์ดข้อความ ลูกอม หมากฝรั่ง ชอกโกแลต แหวน กิ๊บ
สติ๊กเกอร์น่ารักๆ หรือบัตรเติมเงิน ถึงพลาสเตอร์ติดแผล ฯลฯ
ใช้สื่อความรู้สึก ขอบคุณ เสียใจ ขอโทษ คิดถึง ห่วงใย ให้กำลังใจ ฯลฯ ในสารพันโอกาส
แม้แต่แค่ทักทายกัน ก็ย่อมได้
จึงอยากให้ทุกคนได้สื่อสาร ส่งความใส่ใจแก่ผู้คนรอบๆตัว
กระตุ้นความรู้สึกดีๆ กระตุกรอยยิ้ม สร้างบรรยากาศอันสดใสให้ฟุ้งกระจาย
ด้วย “โปะฉิบุขุโระ” ดูนะคะ
*โอะมะเคะ – คละแบบสุ่มส่งให้แล้วแต่บุพเพสันนิวาสค่ะ












